This Love EP.19 (End) + งานเคเอฟซี
posted on 31 Aug 2008 21:41 by bigbangfic in FicThisLove
LAST CHAPTER
“นี่พวกแฟ้มประวัติของพวกที่จะมาคัดเลือกเพื่อเดบิวกับเราใช่ไหม” เจ้าของมือบางที่พลิกแฟ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับไล่สายตาดูไปตามรูป ด้วยความที่เป็นเด็กฝึกที่ค่ายมาหลายปี จียงกับแทยังเลยมีสิทธิ์ได้ดูประวัติของเพื่อนๆที่เหลือที่จะเข้ามาฟอร์มวงด้วยก่อนใคร จียงพลิกแผ่นประวัติไปทีละหน้า พร้อมกับอ่านชื่อใต้ภาพอย่างสนใจ
“ฮยอนซึง หมอนี่น่ารักดีแฮะ อ่า… มีคนชื่อซึงฮยอนตั้งสองคนแหน่ะ เฮ้ย เจ้าหมอนี่หน้าตาน่าแกล้งชะมัด ชื่อก็โหล คังแดซอง……..แทยังนายถูกชะตากับใครที่สุดในนี้วะ”
คนถูกถามเลิกคิ้วสนใจก่อนจะรับแฟ้มเพื่อมาดูรูปใกล้ๆบ้าง
อืมมมม…ถูกชะตางั้นเหรอ
สายตาที่ไล่มองไปทีละรูปสะดุดและหัวเราะในลำคอเล็กๆเมื่อเห็นรูปใครคนหนึ่ง ไอ้เด็กนี่มันไปอดหลับอดนอนมาจากไหนวะ ใต้ตาอย่างกับแพนด้าน่ะ หัวเราะขำๆก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปอ่านชื่อ
อี ซึงฮยอน
ถูกชะตางั้นเหรอ…?
คงจะเป็น……….
คนนี้ล่ะมั้ง
แทยังยังจำได้ดีว่าวันนั้นจียงบอกว่าถูกชะตาฮยอนซึงที่สุดในนั้น มันเป็นครั้งแรกเลยที่เขาต้องตากันคนละคนกับไอ้จี ปกติใจตรงกันตลอด แต่ไม่รู้จะดีใจดีไหม คิดไปคิดมา…ไม่ได้น่าดีใจซะเท่าไหร่เลยแฮะ =__=
ชอบผู้หญิง….ใจตรงกัน
ชอบผู้ชาย เอ๊ย หมายถึงถูกชะตากับผู้ชาย ดันไม่ตรงกัน
เอิ่ม…คิดแล้ว เขาก็ไม่ควรเอามันมาดีใจซะเท่าไหร่จริงๆน่ะแหละ = =
แต่มันก็เป็นความจริงเรื่องที่เขารู้สึกถูกชะตากับซึงริตอนที่ดูรูปครั้งแรก มันไม่ใช่อารมณ์พิศวาสอะไรหรอกนะ ก็แค่รู้สึกว่าเด็กนี่มันตลกดี เหมือนอดหลับอดนอนแต่ก็ต้องมาถ่ายรูป รอยยิ้มกับดวงตาซนๆที่แค่มองผ่านรูปก็รู้ว่าต้องเป็นเด็กที่ดื้อเหมือนรอยยิ้มนั่นแหละ
แล้วมันก็ไม่ผิดจากที่คาดเลยซักนิด~
ซึงริมันดื้อ ดื้อกว่าที่ใครหลายคนคิดเชียวล่ะ แต่หลายครั้งในความดื้อรั้นของน้องเล็ก มันก็ทำให้พี่ๆยิ้มออกมาได้…บางทีมันทั้งน่าโมโหผสมไปกับน่าเอ็นดู เด็กนี่ชอบเอาแต่ใจไร้สาระ แต่ก็ยังอ้อนคนอื่นเขาไปทั่ว หลายครั้งที่ซึงริทำให้คนในวงยิ้มเพียงแค่หันไปมอง….เขาเองก็เหมือนกัน
พอรู้ตัวอีกที ก็แทบละสายตาไม่ได้
เรอะ ? =_____=
เหอะ ไม่ผ่านว่ะ เอาใหม่ๆ เว่อร์ไปหน่อย ชักรับตัวเองไม่ได้
จริงๆเมื่อกี๊ข้างบนแค่ลองบิ้วตัวเองดู พยายามทำซึ้ง บิ้วเรียกบรรยากาศเท่านั้นแหละ แทบละสายตาไม่ได้อะไรกัน ความจริงก็คือเขาไม่แน่ใจว่าสปาร์คกับไอ้น้องเล็กจนกระทั่งไอ้จีมันมาลองแย๊บถามเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาน่ะแหละ
เออ มันอาจจะใช่ที่ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกดีๆ รู้สึกพิเศษกับซึงริ ถึงจะไม่เคยเอะใจในความรู้สึกของตัวเอง แต่มันคงไม่ลึกซึ้งถึงขนาดรู้สึกอย่างที่บรรยายมาหรอกมั้ง แต่ทำไงได้ล่ะ ก็ตั้งแต่ไล่แดซองไปเขาก็พยายามจะบิ้วแบบนี้มานับสิบนาทีแล้ว เผื่อพอมันจะซึ้ง ได้อารมณ์เหมือนแอบรักมานาน แล้วกูจะฮึดว่างั้น~ แต่พยายามเท่าไหร่มันก็ไม่กล้าลงไปทำอะไรๆน้องเล็กมันซะทีนี่สิ
แม่งเอ๊ย เกลียดตัวเองชิบหายเลยว่ะ!
แทยัง ไม่มีอะไรหรอกน่า ก็แค่จูบทีเดียว
มันยากตรงไหน แค่ก้ม ก้มลงไป กลั้นหายใจนิดหน่อย แล้วก็….
ใบหน้าได้รูปเลื่อนเข้าไปใกล้อีกครั้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ได้นับ รู้แต่ได้แต่เลื่อนเข้าเลื่อนออกมาหลายรอบแล้ว นี่ถ้ากระดูกคอเคลื่อนนี่ไม่ต้องสงสัยเลยนะว่าเพราะอะไร
โธ่เว้ย! แทยัง! ไม่ทำเป็นตุ๊ด!!~
ถ้าไม่ทำถือว่าเป็นตุ๊ดแน่ๆนะเว้ย กลั้นใจทำๆไปเหอะ จูบทีเดียวเอง ไหนๆก็ไหนแล้วนะเว้ย!
อ่ะ! เอาวะ ลุย!~
“พี่จะทำอะไรน่ะ”
ตากลมลืมตาขึ้นจ้องพี่ชายที่ตอนนี้หลับตาปี๋เหมือนพยายามจะทำอะไรบางอย่าง แถมหน้าพวกเขายังห่างกันไม่ถึงห้าเซนต์ด้วยซ้ำ คนเพิ่งตื่นเด้งตัวเองจากตักพี่ชายช้าๆ แล้วหันไปหรี่สายตามองคนที่หน้านิ่งเกาหัวเก้อๆอย่างเคลือบแคลง….พี่แทยังจะทำอะไรวะ!!
“ผมถามว่า พี่จะทำอะไรน่ะ”
เอ่อ ขอเวลาพี่ซักสามวันไปหาคำตอบได้ไหมวะ
“แค่จะปลุก…เฉยๆ” ดีนะ นอกจากจะพูดแสดงความรู้สึกไม่เก่งแล้ว หน้าเขาก็แสดงความรู้สึกไม่เก่งเหมือนกัน แทยังยังคงหน้านิ่งเอาไว้ได้ ทั้งๆที่ตอนที่ซึงริลืมตาตกใจแทบแย่…ยังดีที่เขาไม่ใช่พวกมีอะไรก็ออกทางสีหน้าหมดเหมือนไอ้จียง
แล้วบรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้งเมื่อคนที่หลับไปนานเริ่มหันไปมองรอบๆว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
“บ้าน?” ซึงริพึมพัม นั่น เอาแล้วไง ไอ้น้องเล็กมันจะอาละวาดหรือเปล่า
ก็เขาน่ะออกไปเที่ยวกับจียง แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ตรงนี้ แถมยังอยู่ในรถพี่เทมป์ด้วย ไม่ต้องคิดมากก็เดาได้ไม่ยากว่าพี่เทมป์ต้องวานให้เขาพาซึงริกลับมา
พี่แทยังเข้าข้างพี่เทมป์อีกแล้ว ซึงริคงคิดแบบนี้
เฮ้อ….แค่นี้ก็โดนโกรธจะแย่
แต่มันก็จริง….เขายอมรับว่าเข้าข้างพี่เทมป์
ก็ถ้ามันจะทำให้ซึงริตัดใจล่ะก็นะ…..
“เอ่อ…..” จะพูดอะไรดี ตอนนี้บรรยากาศมันอึดอัดชะมัด แทยังทำตัวไม่ถูก แต่ก่อนยังทำตัวได้ปกติกว่านี้นี่นา….
“พี่ขอโทษนะ” แทยังตัดสินใจพูด
“ขอโทษสำหรับอะไรล่ะฮะ” เสียงที่ถามกลับเย็นชาเสียจนแทยังใจแป้ว
“ก็ทุกอย่าง ที่ทำให้นายโกรธพี่น่ะแหละ”
บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่
“พี่ว่าพี่จียงกับพี่เทมป์จะรักกันนานไหม” แทนที่จะพูดอะไร ซึงริกลับเลือกที่จะถามแทน
“พี่เขาจะรักกันจริงๆ หรือว่าคบๆไปเดี๋ยวก็เลิก”
“เขาจะรักกันนานหรือเปล่า? จะนานจนผมโตพอแย่งพี่จียงคืนไหมฮะ” แทยังชะงักเพราะไม่คาดว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้
“นาย….รักจียงขนาดนั้นเลยเหรอ”
“พี่ถามผมทำไมล่ะฮะ ในเมื่อพี่ตัดสินมันไปแล้ว” ย้อนเสียงเรียบ
“พี่มองว่ารักของผมมันสู้รักของพี่เทมป์ไม่ได้ พี่เลยเข้าข้างพี่เทมป์ใช่ไหม ในเมื่อพี่มองว่าผมมันเด็ก…พี่จะถามอะไรผมอีก”
“ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน เลยไม่มีพื้นที่ให้คนที่รักอยู่ฝ่ายเดียวใช่ไหมฮะ”
คำถามของซึงริดังก้องในหัว
นั่นสินะ….
แล้วมันจะไม่มีที่สำหรับคนแอบรัก….แบบแทยังด้วยหรือเปล่า
ซึงริโกรธเขาอีกแล้ว..ไม่รู้จะพูดอธิบายอะไร จะเอาอะไรไปพูดได้ ในเมื่อเขาเองเรื่องความรักก็ยิ่งไม่ได้เรื่องกว่าใครคนอื่น
มองไปแล้วก็น่าสมเพชยิ่งกว่าซึงริที่กล้าบอกรักจียงซะอีก
ซึงริลอบมองคนหน้าเสีย แล้วต้องกลั้นหัวเราะ
ตลกชะมัด!
ฮ่าฮ่าฮ่า!! ช่วยไม่ได้ ก็พี่แทยังอยากมาทำเสียงสำนึกผิดในตอนแรกทำไมล่ะ มันก็เลยน่าแกล้ง เขาก็เลยแกล้งโกรธไปแบบนั้น
จริงๆซึงริไม่ได้เกลียดพี่แทยังหรอก พี่แทยังออกจะใจดี เขายอมรับว่าสนิทกับพี่แดซองกับพี่จียงมากกว่า ก็เพราะว่าพี่แทยังไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไร แต่ซึงริก็ไม่เกลียดพี่แทยังนะ พี่เขาแกล้งซึงริน้อยที่สุดในบรรดาพี่ๆคนอื่นๆเลย แถมยังเป็นคนดี๊คนดี จนบางคราวซึงริยังเผลอนึกไปว่าพี่แทยังอาจจะเป็นภาคอวตารของพระถังซัมจั๋ง แต่นี่ที่พูดไปคราวที่แล้ว
“ผมเกลียดพี่!”
เฮ้อ…ซึงริไม่ผิดนะ พี่แทยังแหละผิด เข้าข้างพี่เทมโปออกนอกหน้าทำไมล่ะ ซึงริไม่ผิดนะ แต่ ซึงริก็…..
รู้สึกเสียใจนิดๆ…เหมือนกันแฮะ
“ผมไม่ได้เกลียดพี่หรอกนะ” อยู่ๆซึงริก็โพล่งขึ้นมา แทยังเงยหน้าขึ้นมามอง
“แต่ผมก็โกรธพี่จริงๆน่ะแหละ”
“เพราะพี่เข้าข้างพี่เทมป์ และพยายามกีดกันความรักของผม”
“แต่เพราะพี่ให้ผมนอนตักเมื่อกี๊ คราวนี้ผมจะยกโทษให้แล้วกัน”
ยิ้มละไมถูกส่งให้ แทยังจำไม่ได้ว่าเคยใจเต้นมากขนาดนี้มาก่อนหรือเปล่า
“พี่ไม่ได้ชอบพี่เทมป์มากกว่าชอบนายหรอกนะ” พูดไม่เต็มเสียง อึกอักเพราะพยายามจะใช้ความกล้า
“ถ้า…ถ้าเกิดว่า…ถึงจียงจะไม่สนใจนายเหมือนเก่า แต่นายก็ยังเหลือ……”
ดวงตาสีน้ำตาลหม่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตา อยากให้ซึงริรู้ว่าเขาจริงจังแค่ไหน แต่เห็นตาใสๆที่มองมาแบบรอคำตอบก็ทำเอาแทยังตะกุกตะกะ
“เหลือ……”
“เหลือ……”
“เหลือแดซองอยู่นะ หมอนั่นต้องไม่ทำให้นายเบื่อแน่ๆ”
อยากจะกัดลิ้นตัวเอง ไอ้ฟาย ไอ้เหี้ยแทยังเอ๊ย ทำไมนายไม่บอกไปล่ะว่ายังเหลือนาย
“อยู่แล้วแหละ พี่แดซองน่ะ” ซึงริยิ้มละไม อะไรบางอย่างในน้ำเสียงของน้องเล็ก สะกิดต่อมสงสัยจนแทยังรู้สึกตะหงิดๆอะไรบางอย่าง
“ก็เพราะผมกับพี่แดซองตอนนี้ไม่ใช่แค่พี่น้องธรรมดาเหมือนแต่ก่อนแล้วนะฮะ”
สิ้นคำพูดทำเอาบรรยากาศแตกโพละเหมือนโดนเจาะบับเบิ้ล
เฮ้ยยยยยยยยยยย! มะ…หมายความว่ายังไงวะ!!!!!!!!!!!!!
“ไม่ใช่พี่น้องธรรมดา!!!!?” ถามเสียงหลง ขยับตัวหันขวับไปทางน้องเล็กอย่างตกใจ ซึงริไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาพี่ชายก็ได้แต่ยิ้มแฉ่งตอบเสียงใส
“ฮะ เพราะตอนนี้ผมกับพี่แดซองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันแล้วน่ะสิ”
“ลึกซึ้ง!!” สองแง่สามง่ามนะน้องเล็ก นี่เขาคงไม่ได้พลาดอะไรไปใช่ไหม
“ก็ตอนที่อยู่ในรถ ที่พี่เทมป์ขังผมกับพี่แดซองไว้ตามลำพังสองคน พี่แดซองก็สอนให้ผมรู้จักความรักว่ามันคืออะไร…”
“ห…หา” ความรัก? อย่างนั้นเหรอ!
“แล้วพี่เขาก็บอกว่าชอบผมมานานแล้ว แล้วก็ขอผมเป็นแฟน และเพราะผมอยากจะตัดใจจากพี่จียงซะที ก็เลย….” ยิ้มเขินนิดๆ ในขณะที่แทยังรู้สึกเหมือนโดนค้อนหนักเป็นตันฟาดเข้าที่หัวอย่างจัง
“ด..เดี๋ยว ย..อยู่ๆแดซองจะ…แดซองชอบนายเนี่ยนะ! ไม่จริงน่ะ!” สมองแทยังมึนตื้อไปหมด อ…อะไรกัน
เฮ้ย! อะไรกันวะ ! อย่าบอกนะว่ารอดพ้นจากหมาจมูกบานแล้วต้องมาเจอหมาตาหยีน่ะ!! ชีวิตกู….ให้มันได้อย่างนี้สิวะ!!!
“ทำไมล่ะ ไม่ใช่มีแต่พี่จียงซักหน่อยที่มีคนแอบรัก พี่แดซองก็แอบรักผมได้ ไม่เห็นแปลกเลย ผมน่ารักขนาดนี้!” ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกว่าจะเอาไปเปรียบเทียบกับพี่จียงทำไม แต่ว่าซึงริชอบความรู้สึกว่าพี่แดซองมาแอบชอบนี่
มันดูป๊อบปูล่าดีอ่า ซึงริชอบ ^0^
และซึงริไม่ได้โกหก ก็พี่แดซองน่ะบอกว่าชอบซึงริจริงๆนี่นา…แถมเราสองคนตอนนี้ก็ไม่ใช่พี่น้องธรรมดากันอีกแล้วด้วย
ถ้าไม่เชื่อ
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง……
“พี่ชอบนายนะซึงริ เรามาเป็นแฟนกันเถอะ!!” แววตามุ่งมั่น กับมือที่กุมมือน้องเล็กไว้มันจริงจังเกินโควต้าการสารภาพรัก แต่ซึงริก็ไม่ได้หลุดขำเพราะมัวแต่งุนงง
ยังไงวะเนี่ย พี่แดซองชอบเขาเนี่ยนะ?
กระจกรถที่เต็มไปด้วยหยดฝนสะท้อนสายตาของน้องเล็กที่กำลังสงสัย ซึงริเอียงคอเล็กน้อย…มองพี่ชายตายิบหยีที่อยู่ๆก็มาขอเป็นแฟนอย่างเคลือบแคลง
“ความรักมันวัดกันแบบนั้นเหรอพี่แดซอง” ก็พี่แดซองน่ะสิ มาบอกว่า การรู้จักความรักวัดจากการกินไอติม แล้วมาบอกว่าชอบกันแบบนี้ ซึงริจะเอาอะไรไปเชื่อดีเนี่ย
“ใช่สิ พี่เทมป์เป็นคนบอกพี่เอง” แดซองยิ้มตาหยีตอบ
“ผมว่าพี่เทมป์หลอกพี่หรือเปล่า” เออ รายนี้น่ะ เชื่อได้ซะทีไหนกัน
“ไม่หรอก อะไรกัน นายไม่ดีใจเหรอที่พี่ชอบน่ะ” ทำหน้างอน อะไรกัน อะไรกัน ซึงริน่าจะดีใจสิ
“แล้วพี่ใจเต้นกับผมเหรอ” น้องเล็กยังไม่เลิกสงสัย
“อืมมมม” แดซองนิ่งคิด ”ตอนนี้ไม่ แต่ก็มีนะช่วงเวลาที่ชั้นเห็นนายแล้วใจเต้นน่ะ” ก็ตอนนายเอาไอติมเป็นสิบแท่งไปแช่ในตู้เย็นน่ะแหละ แดซองคิดในใจ
“มาคบกันเถอะนะซึงรินะ!” พูดเสียงใส จนให้ฟีลเหมือนชวนไปเที่ยวเล่นกันมากกว่าเป็นคำสารภาพรัก
ซึงรินิ่งไปนิด ก่อนจะเริ่มคิดตาม
ถ้าเกิดว่าพี่เทมป์กับพี่จียงคบกันแล้วล่ะก็ พี่เทมป์ต้องเอาตัวพี่จียงไว้คนเดียวแน่ๆ ซึงริก็ต้องเหงา แต่ถ้าเขาเป็นแฟนกับพี่แดซองล่ะก็…ยกยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงข้อดี ซึงริก็ไม่ตัวคนเดียวนี่นา คนตัวเล็กกว่าเลยหันไปยิ้มกว้างให้พี่ชายแล้วพยักหน้าตกลง
“เย้ๆ เป็นแฟนกัน เป็นแฟนกัน” แดซองร้องดีใจ แหม นี่ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในรถนะ จะวิ่งกระโดดโลดเต้นให้ดูเชียว
“เป็นแฟนกันต้องสนุกแน่ๆเลยเนอะ!” ซึงริก็ดีใจ ถึงพี่จียงจะไม่สนเขา เดี๋ยวเขาอยู่กับพี่แดซองก็ได้ เย้!!~
“เย้ ในที่สุดก็มีแฟนกับเขาบ้างซะที” ยิ้มตาหยี แดซองชักจะตื่นเต้น พี่เทมป์กับพี่จียงก็เป็นแฟนกันแล้ว แดซองขออินเทรนมีแฟนกับเขาบ้างล่ะ เย้!!
“พรุ่งนี้เราไปเดทที่สวนสนุกคราวที่แล้วกันเถอะ”
“จริงด้วย ผมยังเล่นไวกิ้งไม่สะใจเลย”
“ไปดูหนังด้วย ไปกินไอติมเรดแมงโก้ราดท็อปปิ้งเยอะๆเลย พี่เลี้ยงเอง!”
ซึงริตาโต โฮ่ๆๆ มีแฟนมันดีอย่างนี้นี่เอง ได้ไปเที่ยวสวนสนุก ได้ไปดูหนังแถมยังมีคนเลี้ยงไอติม! มันดีอย่างนี้นี่เอง !! อ้อ ใช่สิ ถ้าเป็นแฟนกันล่ะก็ มันก็ต้อง….
“’งั้นตอนนี้เราเป็นเหมือนคนคนเดียวกันแล้วใช่ไหมฮะ !”
ก็ซึงริเคยอ่านเจอ คนที่รักกันก็เหมือนคนคนเดียวกัน ก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมันนักหรอก แต่…พูดถึงแล้วมันดูดีชะมัด! ฟังแล้วโรแมนติ๊กโรแมนติก!
แดซองฟังแล้วก็ตาระยิบระยับขึ้นมาเหมือนกัน จริงด้วย!! เป็นเหมือนคนๆเดียวกัน
“ใช่ๆๆๆ ต่อไปนี้ ของของนายก็เหมือนของของชั้นด้วย” เย้ รวมถึงไอติมนายก็ด้วยนะ
“ต่อไปนี้ชั้นก็มีสิทธิ์กินไอติมของนาย แล้วก็เล่นเกมส์เพลย์ของนายโดยไม่ขอใช่ไหม” คนเป็นพี่ถามตาหยี แทบจะจุดพลุฉลอง
ไอ้เงินมีซื้อกินเองน่ะก็มีอยู่หรอก แต่ไม่เข้าใจเหมือนกัน การได้กินไอติมที่น้องเล็กมันซื้อมาตุนไว้ มันอร่อยกว่าซื้อมาเองเป็นล้านเท่า และต่อไปนี้เขาก็มีสิทธิ์หยิบกินโดยไม่ต้องขโมยแล้ว เย้!
ซึงริชะงัก เหมือนโดนเอาค้อนฟาดหัวเมื่อฟังพี่ชายจบ
เอ๋…อะไรกัน ต้อง…ต้องให้ไอติมด้วยเรอะ!!!!!
ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย โหย ถ้าแบ่งให้ ซึงริก็ได้กินน้อยลงสิ ว้า แล้วเกมส์ด้วยอ่ะนะ เค้าอุตส่าห์เก็บเงินซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดมาได้ แล้วพี่แดซองน่ะ ชอบเล่นนานไม่ยอมเปลี่ยนมือเลย ซึงริต้องให้พี่เขาเล่นด้วยเหรอ
ร่างโปร่งถึงกับนิ่งคิดหน้าเครียด
โหย… ไม่อยากเลยว่ะ
ฮื้อออ เอาน่ะ ซึงริส่ายหน้า เอาน่า ใจกว้างหน่อย นี่คนรักของนายเชียวนะ กะอีแค่ไอติมกับเกมส์เอง
น้องเล็กหันไปมองพี่ชายที่กำลังเริงร่าแล้วก็นึกอะไรบางอย่างได้
“เออ ใช่ งั้นผมก็มีสิทธิ์ใช้ของคอลเล็คชั่นโดราเอมอนของพี่ด้วยเหมือนกันใช่ไหมฮะ!!” ถามน้ำเสียงตื่นเต้น เออ จริงด้วย ถ้าอย่างนั้นเราก็มีสิทธิ์ใช้ตะเกียบสุดหวงของพี่แดซองแล้วน่ะสิ
พี่แดซองบ้าโดเรมอนเป็นชีวิตจิตใจ และพี่เขามีตะเกียบคู่นึง ลายโดราเอมอน บอกว่าถ้าเกิดกินด้วยตะเกียบคู่นี้อาหารทุกอย่างจะอร่อยกว่าเดิมมาก พี่จียงเคยแย่งเอาไปใช้กินครั้งนึงยังบอกเลยว่ากินแล้วอร่อยจริงๆ แต่พี่แดซองหวงมากเลย ซึงริเลยไม่ได้รับอนุญาติให้แตะ
“ต่อไปนี้ไม่ใช่แค่ตะเกียบ รองเท้า ชุดนอน หมอน ผ้าห่มคอลเล็คชั่นโดราเอมอน ของพี่แดซองผมก็มีสิทธิ์ใช้หมดเลย ยะฮู้!!” ซึงริร้องออกมาอย่างดีใจ
คราวนี้เป็นแดซองที่เป็นฝ่ายชะงัก มองน้องชายที่กระโดดโลดเต้นแล้วเผลอทำหน้ามุ่ยออกมา อะไรอ่ะ!! เป็นคนรักกันต้องแบ่งใช้เซตโดราเอม่อนของเขาด้วยเหรอ อะไรกันอ่ะ ถ้าซึงริทำพังจะทำยังไง ขอพวกนี้เป็นลิมิเตดพรีเมี่ยมนะ หายาก แถมหาซื้อไม่ได้แล้วด้วย!!
แล้วต่างคนก็ต่างจมอยู่ในความคิดตัวเอง
โหย ไอติมกับเกมส์เชียวน้า
โหย คอลเล็คชั่นสุดหวงเลยนะเว้ย
เงียบกันไปทั้งสองคน เอาไงดีว้า ไม่อยากเลยอ่ะ คิดดูนะ เป็นแฟนกันนอกจากจะอินเทรนเหมือนพวกพี่ๆคนอื่นๆ แล้วยังมีคนไปเที่ยวไปสนุกด้วยกันด้วยนะ กะอีแค่ไอติม เกมส์ กับคอลเล็คชั่น เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ แต่ แหม แต่จริงๆก็ไม่จิ๊บๆซะหน่อย เอาจริงๆมันก็ดั่งดวงใจทุกอย่างเลยนะเนี่ย~
“ซึงริ / พี่แดซอง”
“พี่พูดก่อนฮะ”
แดซองนิ่งอยู่ครู่นึง ก่อนจะทำหน้าเจ็บปวด ถอนหายใจเหมือนไม่อยากจะพูดประโยคต่อไปนี้เลยจริงๆ
“ช่วงเวลาที่เราคบกัน พี่มีความสุขมากนะ….แต่พี่ว่า….” แดซองสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดมันออกมา
“เราเลิกกันเถอะ”
ซึงริเงียบ….ทำสีหน้าเจ็บปวดตามพี่ชายทันที จริงๆไม่ได้เจ็บอะไรหรอก ก็เห็นพี่แดซองทำหน้าแบบนั้นแล้วมันได้อารมณ์ดีอ่ะ อยากทำบ้าง
“ผมเข้าใจฮะ” ซึงริยังไม่หยุดทำหน้าเจ็บปวด “เรากลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า”
“นายเป็นคนดีมากนะ พี่จะไม่ลืมเลยว่าเราสองคนเคยคบกัน (อยู่ 1 นาที)”
“ผมก็เหมือนกันฮะ ผมจะไม่มีวันลืมความทรงจำที่มีค่า และความสุขในช่วงที่เราคบกัน (อยู่ 1 นาที)”
แล้วสองพี่น้องก็กอดกันกลม
“แต่ไม่เป็นไรหรอกซึงริ อย่างน้อยเราสองคนก็ไม่ใช่พี่น้องธรรมดาเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ นายน่ะ ถือว่าเป็นแฟนเก่าพี่แล้วนะ”
ซึงริตาระยิบระยับขึ้นมาทันที แฟนเก่า? แฟนเก่างั้นเหรอ!
โหย ฟังแล้วเท๊เท่ เดี๋ยวเขาจะไปเล่าให้พี่จียงฟัง!! ^^
ในใจแอบโล่งอกที่ไม่ต้องแบ่งเกมส์กับไอติม แต่ว้า~แล้วตะเกียบล่ะ ใช้ฐานะแฟนเก่าลองขอยืมใช้ซักวันพี่เขาจะยอมไหมนะ
เอาไว้เขาจะลองถามพี่แดซองดูดีกว่าแฮะ~
และนั่นแหละ เป็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ซึงริอมยิ้มกับตัวเอง จะว่าไปพี่แดซองอยู่ไหนน้า ซึงริยังไม่ได้ไปลองขอเลยอ่ะ มัวแต่รำลึกกับตัวเอง ไม่ได้ทันสังเกตเลยว่าพี่ชายอีกคนที่อยู่ข้างๆ ตอนนี้กำลังช็อคหลุดโลกขนาดไหน
“สรุปแดซองบอกว่าชอบนาย แล้วนายก็ตอบรับไปแล้วงั้นสิ” น้องเล็กพยักหน้าหงึกๆ
“คบกันแล้วด้วย?” ซึงริพยักหน้า ใช่ คบแล้วเลิกแล้วอีกต่างหาก แต่อันนี้ยังไม่บอกดีกว่า เดี๋ยวไม่เท่ มันคบ 1 นาทีเองนี่นา
“นายชอบแดซองหรือไง” พี่ชายถามเสียงเย็น และคราวนี้ซึงริยิ้มแฉ่งเป็นคำตอบ ชอบเหรอ ก็ชอบนะ พี่แดซองตลกดี ร้องลูกทุ่งก็เพราะ
“ไหนว่าชอบจียงไง !” หลังๆกระแสน้ำเสียงชักดูโมโหจนซึงริแปลกใจ
“ฮยอง โมโหอะไรหรือเปล่าเนี่ย”
“โมโหสิ!!” กระแทกเสียงดังจนเกือบเหมือนตวาด
“ทำไมนายถึงเป็นคนแบบนี้ได้นะ ฉันผิดหวังจริงๆ นายเห็นความรักเป็นเรื่องเล่นๆหรือไง เพิ่งตัดใจจากจียงนายก็มีความรักใหม่ง่ายๆแบบนี้ แค่อยากจะหาคนปลอบใจก็ไปคบคนอื่นไปทั่ว!! ไม่รู้หรือไงว่าพี่น่ะ....….พี่……พี่…โธ่เว้ยยยย!”
ซึงริสะดุ้งโหยง กระพริบตาถี่ๆกับอาการแปลกๆของพี่ชาย พี่แทยังเป็นอะไรเนี่ย โมโหอะไรกัน ไม่เคยเห็นพี่ชายดูปรอทแตกแบบนี้มาก่อน เป็นอะไรวะเนี่ย!!
แทยังหงุดหงิด เปล่าเลย เขารู้ว่าไม่ใช่ความผิดของซึงริเลยซักนิด ที่พาลพาโลใส่น้องเล็กแบบนี้ก็เพราะ…ทั้งหมดเป็นเพราะเขาทั้งนั้น
หงุดหงิดที่คำว่ารัก ไม่สามารถออกมาจากปากเขาได้ง่ายๆแบบนั้นบ้าง
โมโหที่เขามักจะเป็นฝ่ายโดนตัดหน้าอยู่เสมอๆ
แดซองมาจากไหนล่ะ เขากลุ้มเรื่องซึงริแทบเป็นแทบตาย แล้วแดซองโผล่มาจากไหน โดนจียงจีบตัดหน้าในอดีตยังไม่รู้สึกโกรธเท่านี้เลยจริงๆ แดซองมาเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมอยู่ๆ…….. โธ่เว้ยยย!!!!!!!!!!
คบกับแดซองแล้วจริงๆ….ใช่ไหม?
ทำไม…ทำไม ใครต่อใครถึงพูดว่ารักกันได้ง่ายๆ
ทั้งๆที่มันออกจากปากเขาได้อย่างยากเย็น
ทั้งๆที่คำๆนี้สำหรับเขาแล้ว… มันหนักอึ้งขนาดนั้น
ทำไมถึงมีแต่เขา….ที่ขี้ขลาดอยู่คนเดียว
และก็มีแต่เขา….ที่มักจะสายไปเสมอ
“ผมไม่พูดกับพี่แล้วดีกว่า พี่เมาแล้วหรือเปล่าเนี่ย ผมกลับเข้าไปนอนดีกว่าแฮะ” พูดแบบโกรธๆ อะไรกัน อยู่ๆมาตะคอกใส่คนอื่น เขาตัดใจจากพี่จียงแล้วไม่ดีหรือไง ทำไมยังมาว่ากันอีก!
ซึงริทำท่าจะลงจากรถ คนเป็นพี่นิ่งงัน แทยังจะปล่อยให้เป็นแบบนี้เหรอ ปล่อยให้เหมือนที่ผ่านๆมา เหมือนตอนที่โดนจียงตัดหน้าแล้วก็บอกว่า ช่างมันเถอะ ปล่อยให้มันผ่านไป อย่างนั้นเหรอ?
กับซึงริ ก็จะปล่อยด้วยเหมือนกันใช่ไหม
“ซึงริ” มือแทยังคว้าต้นแขนเล็กเอาไว้ก่อนที่น้องชายจะลงจากรถ น้องเล็กหันมามองอย่างแปลกใจ แววตาพี่ชาย….เหมือนอยากจะบอกอะไรบางอย่าง
ไม่….ไม่อยากปล่อย
ก็เพราะมันเป็นครั้งแรกที่แทยังว้าวุ่นได้ถึงขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่คิดมาก ไม่เคยคิดฟุ้งซ่านจนถึงขนาดนี้กับใครมาก่อน เป็นครั้งแรก…ที่ไม่อยากให้เรื่องนี้มันผ่านเลยไปเฉยๆเหมือนทุกครั้ง
“คือพี่”
แทยังพูดหวานๆไม่เป็น คิดประโยคกินใจไม่เก่ง
“จริงๆแล้วพี่….”
บางทีนึกคำพูดไม่ออก ก็จะเลือกที่จะเงียบมากกว่า
“ถ้านายคบกับแดซองแค่เพราะอยากจะตัดใจจากจียง…ถ้างั้น”
จะทำยังไงถึงจะให้รู้ว่ารัก…จะทำยังไงถึงจะมีความกล้า
ไม่กี่วินาทีก่อนที่ริมฝีปากนุ่มจะถูกถอนออกช้าๆ ซึงริเบิกตากว้าง เมื่อกี๊ เมื่อกี๊ พี่แทยัง…จ…
“เปลี่ยนเป็นพี่แทนได้ไหม?”
**************************
ริมฝีปากอุ่นร้อนที่คลอเคล้า…..
จมูกโด่งรั้นที่ซุกไซร้ไปแทบทั่วทุกพื้นผิว…..
โสตประสาทที่รังแต่จะก้องเสียงครางอือที่สอดประสาน
ดวงตาฉ่ำหวาน…..ที่ไม่สามารถถอนไปจากห้วงความคิด
อยากรู้จริงๆ….ว่ามันจะทำให้ใครคนนึงร้อนรุ่มได้ถึงขนาดไหนกัน?
ริมฝีปากร้อนกำลังพรมจูบไปทั่วร่างกายขาวจัด สร้างความร้อนในตัวจียงเหลือเกิน….. จมูกโด่งรั้นที่ซุกไซร้ไปแทบทั่วทุกอณูคอยแต่จะเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ สร้างความรันจวนจนจียงแทบลืมหายใจ….. หน้ามันร้อน….จนนึกว่าจะไหม้ เมื่อในโสตประสาทรังแต่จะก้องเสียงครางอือที่สอดประสานจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร…..ดวงตาฉ่ำหวาน…..ที่จียงคิดว่าคงไม่สามารถถอนไปจากห้วงความคิดได้……ทำเอาจียงแทบหมุนคว้าง……จังหวะรัวเร็วที่สองร่างเร่งประสาน จนต่างฝ่ายต่างครางจนแทบทนขาดใจไม่ไหว……
“เร็ว เร็วกว่านี้ อ๊ะ”
“อือ อืมมมมมมมม อ๊า~~~~~“”
ร่างขาวจัดบิดเร่าเมื่อต่างฝ่ายต่างพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ทันทีที่….
ปิ๊บ!
ไอ้เชี่ยจียง!!! นี่ไม่ใช่เวลามานั่งดู AV ชายหญิงนะเว้ย!!
ภาพสองร่างที่กำลังจะโรมรันกันต่อรอบสองหายวับไปทันทีเมื่อจียงกดปุ่ม Eject แล้วเดินไปหยิบแผ่นออก มือเรียวโยนรีโมททิ้งลงบนเตียง ก่อนจะสบถกับตัวเอง
แม่งเอ๊ย!! กะลองดูนิดเดียวเองนะเนี่ย…ดันเผลอดูซะเกือบหนึ่งยก
ส่ายหน้าแล้วพยายามลบภาพติดตาเมื่อครู่ออก แม่งช่วยไม่ได้นี่หว่า นางเอก AV แม่งสเป๊กเขาเลย ขาว สวย หมวย แถมเอ็กซ์อีกต่างหาก ตอนแรกไม่กะดูหรอกเพราะกำลังค้นหาแผ่นอื่นอยู่แต่สายตาดันไปสะดุดหน้าปกแผ่นนี้ นางเอกแม่งน่ารักจริงๆนะเนี่ย เดี๋ยวจดไว้ดีกว่า แผ่นนี้ชื่อแผ่นอะไรวะ
เฮ้ย ใช่เวลาทำแบบนั้นไหมล่ะ!!!
ใช่!! นี่ไม่ใช่เวลาที่จียงจะมานั่งเริงร่าเที่ยวไล่จดชื่อหนังโป๊ชายหญิงนะเว้ย! อย่าลืมภาระกิจของนายสิวะ แต่ก็นะ….อเมซอนร้อนรักเพลิงสวาท…แหม ขอจดแค่แผ่นนี้แผ่นเดียวเองน่า ฮี่ๆ
ร่างบางยัดแผ่นกระดาษที่มีรายชื่อแผ่นที่หมายมั่นตั้งใจจะหาเก็บไว้เป็นคอลเล็คชั่นใส่กระเป๋ากางเกง (เอ๊ะ หรือกูจะขโมยจากที่นี่ไปดี) ก่อนจะเริ่มลงมือค้นหาแผ่นเป้าหมายอีกครั้ง
สายตาจียงสะดุด เมื่อเปิดค้นลิ้นชักเจอ นี่ไง แฟ้มม่วงมาเชียว ว่าแต่แฟ้มใส่แผ่นอะไรน่ะเหรอ?
หึ จะแผ่นอะไรได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่แผ่น (กระซิบ)………. AV เกย์!
แล้วถ้าถามว่าตอนนี้ควอนจียงอยู่ที่ไหน แน่นอนไม่ใช่บ้านเขาแน่ล่ะ ไม่ใช่บ้านเทมโปด้วย ลองมีแผ่น AV บริการหลายประเภทประทับใจขนาดนี้ คงเดาได้ไม่ยากใช่ไหมว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกัน
ออฟคอส! โฮเตล!!
แต่ถ้าอยากรู้ถึงเหตุผล ….คงต้องย้อนไปอีกนิด…
"ฉันจริงจังนะ ไม่ต้องโดนยาหรอก....ฉันอยากมีอะไรกับนายจริงๆนะ"
ข้างนอกรถฝนกำลังตกแท้ๆ แต่ทำไมจียงถึงรู้สึกว่าหน้ามันร้อนจนแทบจะระเบิดแบบนี้นะ
ก็เข้าใจว่าเทมป์มันเป็นพวกคิดอะไรก็พูด รู้สึกอะไรก็บอก แต่ภูมิต้านทานของควอนจียงมันไม่ได้มีมากขนาดฟังได้หน้าตาเฉยนะเฟ้ย!
ฉันอยากมีอะไรกับนายจริงๆนะ
ฉันอยากมีอะไรกับนายจริงๆนะ
ฉันอยากมีอะไรกับนายจริงๆนะ
ใครฟังแล้วยังทำหน้าเฉยได้ก็บ้าแล้ว!!!
แล้วเอ้า เอาเข้าไป มาทำเสียงเข้ม มาทำตาเยิ้มแบบนี้…ก…ก็คนมัน เอ้อ มันรู้แล้ว รู้แล้วน่าว่าเทมป์น่ะอยากจะ….จะ…ก็รู้ว่าเป็นคนตรง แต่ งื้ออออ เห็นใจคนฟังบ้างดิว้า
จะให้จียงพูดอะไรตอบล่ะ เจอโดนพูดแบบนี้ใส่ จะให้…“เออ เอาดิ อยากทำไรก็ทำ กูไม่ท้อง กูไม่ถือ~” เหรอไง ถ้าเกิดตอบอย่างนี้มันจะฮาร์ดคอร์ไปไหม อีกอย่างจียงไม่ได้คิดแบบนั้นเสียหน่อย จียงเลยเงียบ ก็มันนึกคำพูดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตา หนีสายตาซุกซน ทำได้แค่นั้นจริงๆ
เขินนนน เขินจะบ้าแล้วววว
“จียงอ่า….” ร่างสูงเขยิบหน้าเข้าไปใกล้
“………”
“นะ….”
มาน้งมานะ อะร๊ายยยย ไม่เอาไม่ฟัง อย่ามากระซิบ ไม่เอ๊า~
“นะ….จียงนะ….” ไม่พูดเปล่าแต่คนเรียกยังคงก้มหน้าลงมาหวังจะใช้ปลายจมูกแตะข้างแก้มเนียนนั้นให้ได้
อะไรก็ไม่รู้อ่ะ ไม่ใช่ความผิดของจียงนะ ไม่ใช่ว่าจียงใจง่ายด้วย ถึงจะไม่ได้ปัดป้องจมูกโด่งที่เอาแต่เฉียดแก้มร้อนๆของเขาไปมาก็ไม่ใช่ความผิดเขานะ ก็เทมป์น่ะเเหละผิด ก็ใครใช้ให้มาจ้องตา มาอ้อนพูดนะๆ แล้วมาทำหน้าซึ้งๆทำไมล่ะ คนเขาฟังก็ไม่มีแรง มือไม้พาลอ่อนหมดสิวะ
“ฟังนะเทมป์” เออ ฟังกูหน่อย กูมีอะไรจะบอก คือว่าที่ไม่ยอมนายเนี่ย มันมีเหตุผลนะเว้ย
"นาย.....อุ๊บ...." ร่างบางโดนปิดปาก ก่อนที่ใบหน้าคมจะผละออกเเล้วก็จ้องหน้า
"หืม....??" ครางถาม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจฟังมากไปกว่าอยากจะจูบแก้มใสๆ
“นี่!” จียงเรียก เเต่ร่างสูงก็ไม่สนใจ ร่างบางเลยดันอกคนตัวใหญ่กว่าแล้วใช้สองมือประกบหน้าให้อยู่นิ่งๆ
“ฟังนะ” คือ มึงต้องเข้าใจนะ เรื่องหัวไชเท้ามันไม่ใช่เรื่องเล็กนะมัน…
‘จุ๊บ’
จียงหน้าแดงเมื่อคราวนี้คนตัวสูงยื่นหน้ามาจุ๊บที่ปากเบาๆ แล้วค่อยกลับไปทำหน้าตั้งใจฟัง โอ๊ยยย ไม่ทันแล้วว้อย ใครมันจะพูดต่อลงฟะ~
“ไม่เอาแล้ว ออกไปเลยไอ้เทมป์บ้า…” สองมือของจียงผลักใบหน้าให้ออกไป ก็มันเขินอ่ะ ดูมันทำสิ ดูมันทำ~
“พูดไม่เพราะอีกฉันจะทำโทษนายนะ….” กระซิบเสียงเบาข้างหู เมื่อคนในอ้อมแขนเริ่มเขินจนเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกที่โน้มลงมาหาซ้ำๆ รู้หรอกว่าจะหาจังหวะหนี หนีไปเหอะ หนีได้หนีไป แต่ครั้งนี้ไม่ยอมให้หนีอีกแล้ว ช่วยไม่ได้นี่นา เวลาแก้มนุ่มๆมันแดงเรื่อเขาก็ยิ่งอยากจะทำมันให้ช้ำขึ้นไปอีก
“รักนายจังเลยจียง…” หยอด หยอดอีก หยอดเก่งอย่างนี้บ้านมึงหยอดดินสอพองขายเหรอวะ (เกาหลีมันมี?)
โอ๊ยย พอเห๊อะ~~~~~ ใจกูจะหลุดแล้วชเวซึงฮยอน สายตามันจะอะไรขนาดนั้นวะ เออ เอาให้กูละลายไปเลยใช่มั้ย แค่นี้ก็ใจสั่นจะแย่แล้ว มันจะพระเอก มันจะหล่อเเอ็คเเทคไปไหนวะเนี่ย เขาทำอะไรไม่ถูกแล้วว้อยยยย
“รู้แล้วน่า พูดอยู่ได้!” แกล้งว่าไปงั้น ชเวซึงฮยอนใช้สายตาจ้องนิ่งไปที่ใบหน้าของคนที่เริ่มผลักไสแก้เขิน รู้สึกว่ากำลังห้ามใจตัวเองไม่ไหว …เวลาจียงเขินทำไมมันน่ารักอย่างนี้ว้า
“ก็จะพูดจนกว่านายจะรู้น่ะแหละ”
“รู้แล้ว ฉันรู้แล้ว ฉันรู้ทุกอย่างแหละ นายปล่อยเด้”
“รู้ว่า…?” แกล้งถามหน้าทะเล้น
อ๊า ทำไมตอนนี้เทมป์โปมันดูเจ้าเล่ห์แบบนี้ว้า ตกลงมึงจะเอายังกับกับชีวิตเนี่ย จะโง่จะเจ้าเล่ห์เอาให้มันซักอย่างไม่ได้เหรอไงวะ
“ก็…ก็รู้” จียงอึกอัก ส่วนเทมโปหัวเราะ
"ฉันถามแค่นี้นายก็เขินขนาดนี้ ถ้าทำอะไรมากกว่านี้นายไม่ระเบิดไปเลยเหรอห๊ะ" ยังไม่หยุดหัวเราะ คนอะไรว้า น่าแกล้งชิบหาย
จียงตาโต จะทำอะไร จะทำอะไรห๊า~ แล้วเอาอีกแล้ว ชอบมาแซวเวลาเขาเป็นฝ่ายทำอะไรไม่ถูกทุกที!
“เออ ระเบิด ระเบิดใส่นายน่ะแหละ ตาย ตายไปเลย อื้อออ ไม่เอาเว้ยยยย” อ่ะเริ่มดื้อแล้ว ก็คนมันโกรธนี่หว่า ทำไมต้องมาแซวด้วยล่ะ ทำไมต้องมาล้อเลียนด้วย ก็คนมันอายนี่เว้ยยยย
“โอเคๆ ชั้นไม่ล้อแล้ว อย่าดิ้นดิจียง มันเจ็บนะ” ไม่ล้อบ้าอะไร แค่ยิ้มก็น่าโมโหแล้วเว้ย
“ไอ้บ้า ชั้นจะลงแล้ว!!”
“หืม ทำไมจะลงเหรอ อย่าลงเลย ฝนตกนะ” แกล้งพูดเมื่อเห็นจียงป่ายมือไปที่ประตูรถเหมือนจะหนี แต่ก็รู้ว่ายังไงคนตัวเล็กกว่าก็ออกไปไม่ได้เพราะว่าเขาตั้งล็อคไว้หมดแล้ว
จะจับแมวเข้ากรง มันก็ต้องปิดทางหนีให้หมดสิ
คนตัวบางทำตาขวางทันที หนอยคิดว่าควอนจียงคนนี้ไม่มีปัญญาเปิดเหรอ มาคอยดูกันไหมล่ะว่ากะอีแค่ปิดล็อคประตูหมดแล้วเขาจะเปิดได้ไหม
ร่างบางโถมทั้งร่างพุ่งไปที่ประตูรถคนขับ ตั้งใจจะไปกดปลดล็อคประตูรถ แหน่ะๆ ตัวเล็กแค่นี้คิดจะมาสู้กำลังกับชเวซึงฮยอนเหรอ คนตัวสูงคว้าเอวจียงไว้ กอดคนตัวเล็กกว่าแน่นไม่ให้ขยับได้ จียงอ้าปากงับคมเขี้ยวลงบ่าแกร่งแรงๆ นี่แหน่ะ! ขวางกันไว้ใช่ไหม
มือเล็กโถมไปตบปุบเข้ากับปุ่มเป้าหมาย แต่แทนที่ประตูรถจะปลดล็อค ประทุนรถกลับค่อยๆเคลื่อนเปิดพร้อมกับสายน้ำของฝนที่กำลังตก ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ตอนนี้มันจะเปียก ทั้งเบาะ ทั้งรถ ทั้งคนน่ะแหละ
“อ๋า~~~” คนตัวเล็กร้องเมื่อเม็ดฝนหยดใส่หน้า อะไรวะ ทีตอนเมื่อกี๊ยังตกแหมะๆ ตอนนี้มาทำเป็นตกแรง จียงหน้าบึ้งแต่เทมโปหัวเราะ ร่างสูงเอื้อมไปกดปุ่มปิดประทุน
“อ้าว แล้วทำไมถึงกดปิดไม่ได้เนี่ย”
อ้าว ทำไมล่ะ!! ไอ้รถแทยัง เฮงซวยเหมือนเจ้าของเลยแฮะ โหย แล้วจะทำยังไงล่ะ บ้านน่ะอยู่ไกลนะ จะให้นั่งเปียกๆกลับหรือไง
“ช่วยไม่ได้ หาที่หลบฝนเอาแถวนี้ก่อนแล้วกันนะ”
และนั่นแหละ เป็นเหตุผล ที่เทมโปเลี้ยวเข้าม่านรูดแถวผับมาหลบฝนและเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า (ตามที่เทมป์มันอ้างอ่ะนะ) หนอย มาหลบฝน หลบที่แบบนี้เลยนะ
และเพราะเปียกฝนกันทั้งคู่ ตอนนี้ควอนจียงเลยอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเพราะว่าเสื้อผ้าถูกส่งซักไปจนหมดไม่เหลือซักชิ้น และก็เพราะจียงเข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนตอนนี้ก็เป็นตาเทมโปอาบน้ำบ้าง เดี๋ยวร่างสูงอาบน้ำเสร็จก็จะออกมาในสภาพเดียวกัน และเสื้อก็คงยังไม่มา….
เออะ ลางจะเสียตัวลอยมาเห็นๆ =_________=
ตอนเข้ามาตอนแรก จียงตื่นตากับทุกอย่างในห้องนี้ ตั้งแต่เตียงน้ำยันอุปกรณ์แปลกๆที่ตั้งโชว์ไว้ให้เลือกหยิบใช้บริการ รวมไปถึงวีซีดีปลุกเร้าอารมณ์ มีหมดทั้งแบบธรรมดาชายหญิง ชายชาย กระเทย ทอมดี้ ไบเซ็กชวล จนไปถึงขั้น SM เลือดสาด สองรุมหนึ่งหรือแบบยกโขลงเท่าทีมฟุตบอลก็มี ตอนแรกจียงก็เริงร่าไปกับโซนชายหญิงอยู่หรอก ก็นางเอก AV อึ๋มๆ สะโพกเช้งบ๊ะกันทั้งนั้น อย่างที่เผลอดูไปเกือบหนึ่งยกเมื่อครู่นั่นแหละ เพลินไปไม่เท่าไหร่แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความจริง
โลกสีม่วง =_______=
แสร่ดดดดดด ไม่จริงๆๆ โลกสีม่วงอะไร ไม่ใช่เว้ยย เขาไม่ใช่ซะหน่อย มันก็แค่…แค่ ชมพูอมฟ้านิดๆแค่นั้นเองไม่ใช่เหรอ
ว่าแต่แล้วจะดูทำไม?
แหม….ดูไปทำวิทยานิพนธ์มั้ง =___=
โธ่! ก็ไม่ได้อยากดูหรอกนะ แค่คิดว่าต้องมาดูผู้ชายมีอะไรกันควอนจียงก็แทบจะวิ่งไปอาเจียนที่ห้องน้ำ รับไม่ได้ว่ะ !
แต่ก็นะ… ก็ มัน มัน…
จียงก็จะดูน่ะสิว่าหัวไชเท้ายัดรูจมูกมันจะเจ็บขนาดไหนวะ จะได้รับมือถูก เผื่อว่าเทมโปมันจะ…เอ่อ งื้อออ -////-
พลันความคิดสะดุด คนตัวบางก็ทำปากจิ๊จ๊ะ เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วควอนจียง รีบๆดูได้แล้วก่อนเทมป์มันจะออกมา สายตาสำรวจแฟ้มสีม่วงที่ภายในมีแผ่นให้เลือกเต็มไปหมด แล้วสูดหายใจเฮือกใหญ่ ได้เวลาแล้วที่จะเข้าสู่โลกแห่ง…
“………………”
อ้วกกกกกกกกกกกก =[ ]=
อ่อก…นี่มัน
มือข้างนึงถูกยกมาปิดสีหน้าพะอืดพะอม โอย แค่ปกแรกก็ภาพผู้ชายเปลือยกอดนัวเนียกันไปหมด อ่อก อุจาด…ลูกตา…อ่อก
จียงโยนมันทิ้งไปให้ไกลตัวอย่างเร็วที่สุด ก่อนจะรีบประคองสติตัวเอง
ไม่เป็นไรจียง เป็นเพราะนายอาจจะยังไม่ชิน ดูๆไปก็อาจจะหวาบหวานเหมือนอย่างแผ่นที่แล้วก็ได้นะ มือเล็กคว้าแฟ้มกลับมาเหมือนเดิม แล้วเปิดมั่วๆ คว้าเลือกสุ่มแผ่นแล้วเปิดกับเครื่องดีวีดี
แผ่นไหนก็คงเหมือนกันแหละวะ
เป็นครั้งแรกที่จียงจะได้ดูอะไรประเภทนี้ ทันทีที่รอแผ่นโหลดดิ้ง ตาเรียวที่จ้องอยู่ที่หน้าจอทีวีก็กระพริบถี่ๆ นี่กูตื่นเต้นประหนึ่งจะได้ดูประธานาธิบดีสหรัฐกับฝรั่งเศสลักลอบเป็นชู้กันอย่างไรอย่างนั้นเลยนะเนี่ย
ตัวหนังสือโปรยชื่อหนังค่อยๆปรากฏสู่สายตาช้าๆ ขึ้นมาพร้อมกับเพลงซาวด์แทรกรัญจวนใจ
อเมซอนร้อนรักเพลิงสวาท
เวร ชื่อดันเหมือนกันอีก แต่ป่าอเมซอนบ้านแกสิ มีแต่ต้นไผ่เต็มไปหมดแบบนี้เนี่ย
จียงจำได้ว่าแผ่นที่แล้วเริ่มต้นด้วยสาวร่างสะโอดสะองเดินนุ่งน้อยห่มน้อยหลงทางท่ามกลางป่าอเมซอน โซซัดโซเซไปสลบอยู่ใต้ต้นไม้ ก่อนจะถูกคนป่าล่ำๆประหนึ่งทาร์ซานโผล่ออกมาช่วย จบด้วยการอาโบดาเบกันกลางน้ำตกให้จียงใจตุ๊มๆต่อมๆ แต่คราวนี้….
จียงตื่นเต้นขยับตัวเมื่อเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตกำลังเดินโผล่พ้นโขดหิน แต่ใจที่ตุ๊มๆต่อมๆไปล่วงหน้าค่อยๆฟีบจนเป็นเหี่ยวเมื่อผู้ชายคล้ำๆขนเต็มอกเดินออกมาเปิดฉาก
อ่อก โลกแห่งความเป็นจริง =[ ]=
เฮ้ย ทำไมหน้าแบบนี้วะ!!! หน้าปกยังหน้าตาดีกว่านี้เลย เฮ้ย ย้อมแมวขายหรือว่ายังไง อะไรวะเนี่ย เออะ แล้วเสือกไม่ใส่อะไรเลย กูจะอ้วก
กรอๆๆ โอยทนดูไม่ได้ ขอกรอไปดูฉากนั้นเลยดีกว่า แต่แค่เห็นภาพเคลื่อนไหวเร็วๆผ่านตาไป จียงก็แทบจะ เอ่อ เอาวะ มันคงค่อยๆต้องปรับตัว เดี๋ยวก็ชิน (มั้ง)
ทันทีที่เห็นว่าฉากที่ต้องการดูมาแล้ว จียงก็กดปุ่มเพลย์แล้วสูดหายใจลึกๆ ภาพที่เคลื่อนอย่างรวดเร็วเริ่มกลับมาสู่สภาวะปกติ จียงใจเต้น เอ้า เอาแล้วไง ไอ้ขนดกเริ่มผลักผู้ชายอีกคนลงไปนอนกับพื้นแล้ว ท่าทางมันจะเป็นเซเมะ เฮ้ยๆๆ กูตื่นเต้น ม.. มึงอย่าเพิ่งทำอะไรกันเด้ ขอทำใจสามวิ จียงยกมือขึ้นมาปิดตาแล้วแง้มนิ้วดู….เฮ้ย เริ่มแล้วเว้ย เดี๋ยวๆ ขอบิ้วตัวเองก่อน….เอาให้เหมือนแผ่นเมื่อกี๊เลยนะ
ริมฝีปากอุ่นร้อน…เริ่มคลอเคล้ากำลังพรมจูบไปทั่วร่างกายขาวจัด (แต่กูว่าแม่งดำไปหน่อยนะไอ้นี่)….. จมูกโด่งรั้นที่ซุกไซร้ไปแทบทั่วทุกอณูคอยแต่จะเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ (อ๊ากกก อย่านะพวกมึง! อ่อก) สร้างความรันจวนจนจียงแทบลืมหายใจ (ฮือ ยิ่งดูกูยิ่งอยากตาย)….. หน้ามันร้อน….จนนึกว่าจะไหม้ เมื่อในโสตประสาทรังแต่จะก้องเสียงครางอือที่สอดประสานจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร…..(เสียงใหญ่ไปไหน ครางทีกูหลอนเลย ฮือออ) ดวงตาฉ่ำหวาน…..ที่จียงคิดว่าคงไม่สามารถถอนไปจากห้วงความคิดได้……(กูจะเอาไปฝันไหมคืนนี้) ทำเอาจียงแทบหมุนคว้าง……จังหวะรัวเร็วที่สองร่างเร่งประสาน จนต่างฝ่ายต่างครางแทบทนขาดใจไม่ไหว (…………………………….) (จุดไข่ปลามากมายแทนความรู้สึก)
“เร็ว เร็วกว่านี้ อ๊ะ ซาโตชิ” (ไอ้เซเมะขนดกแม่งชื่อซาโตชิ)
“อือ อืมมมมมมมม อ๊า~~~~~“”
ร่างกายบิดเร่าเมื่อต่างฝ่ายต่างพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด แล้ว….
ปิ๊บ!
อ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จียงนั่งหน้าพะอืดพะอมเกือบนาที
อะ….. ไอ้สัตว์ซาโตชิ!!! =[ ]=
ว๊ากกกกกกกกกกกกกกก กูรับไม่ได้ว้อยยย ฮืออออ
เพราะมึงเลยเนี่ย ทำทัศนคติที่แย่อยู่แล้วของกูให้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ทำไมผู้ชายมีอะไรกันมันถึงชวนคลื่นไส้ขนาดนี้วะเนี่ย อ่อกกกก! มือเรียวยกมือขึ้นมาทึ้งหัวตัวเอง นี่เหรอผู้ชายกับผู้ชาย!! อ่อก กูจะอ้วก =[ ]= แล้วแม่งไหนว่าชื่อเรื่องเป็นป่าอเมเซอน อเมเซอนบ้านป๊ะมึงสิเสือกมีตัวละครชื่อซาโตชิเนี่ยนะ เข้ากันมาก!
แม่งลองแผ่นอื่นดีกว่า แผ่นนี้ไม่เข้าเค้า ไม่ดีๆ แม่ง กูจะอ้วกว้อยยยย เลือกใหม่ๆ อ๊ะ แผ่นนี้ไม่เอาแม่งโคตรดำ อะไรกันเนี่ยคนชาติอะไรวะ เฮ้ย อันนี้ SM รับไม่ได้ เอาแผ่นไหนดีว้อยเนี่ย~
เพราะมัวแต่สนใจเลือกแผ่น จียงไม่ได้สังเกตเลยว่าใครบางคนเพิ่งออกมาจากห้องน้ำกำลังยืนมอง มองอยู่นานแล้วด้วย ตั้งแต่ตอนที่จียงเพิ่งเริ่มกรอดีวีดีน่ะแหละ เห็นร่างบางหัวเสีย ทึ้งหัว และไปค้นหาแผ่นใหม่ก็อยากจะหัวเราะ ยิ่งตอนดูไปด้วยเอามือปิดตาไปด้วยนี่จะน่ารักไปไหน จียงนะจียงจะแอบดูอะไรแบบนี้เวลาดูก็ช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหม เขาก็อาบน้ำอยู่ไม่ได้ห่างกันเลย เสียงมันก็ลอยไปให้ได้ยินน่ะสิ
แล้วผู้ชายน่ะ ได้ยินเสียงอะไรทำนองนี้จะไม่ให้รู้สึกอะไรมันก็คงไม่ได้ ถ้าเขาเกิดทนไม่ไหวกระชากไอ้คนนั่งตาแป๋วดูทีวีไปทำอะไรต่อมิอะไรจะมาโทษกันไม่ได้นะ
ว่าแต่….นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ชเวซึงฮยอนได้ดูอะไรแบบนี้ของผู้ชายเหมือนกัน หน้าเข้มแกล้งเก๊กขรึมทั้งๆที่หน้าเริ่มสูบฉีดเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้….
แดซองแม่งเก่งว่ะ~! ผู้ชายแม่งมีอะไรกันตรงนั้นจริงด้วย =____=
“นายทำอะไรน่ะ” แกล้งถาม ส่วนไอ้คนยังไม่เลิกค้นหาแผ่นก็สะดุ้งสุดตัว หันมามองหน้าตกใจ เฮ้ย ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ! คนตัวเล็กหันรีหันขวางจะซ่อนแผ่นให้พ้นสายตา ตายๆๆ
“ไม่ทันแล้วจียง” หัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าตื่นๆ
“ฉัน ฉัน….ฉันเปล่านะ!!” โยนแฟ้มใส่ซีดีไปให้ไกลตัว หน้าแดงแปร๊ด
เปล่านะ กูเปล่า เมื่อกี๊ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!!
“สนอยากทำบ้างเหรอไงถึงมาศึกษาแบบนี้ ชั้นอาบน้ำแป๊บเดียวนายมาค้นอะไรดูเนี่ย”
จียงไม่ตอบ อยากมุดหนีหายไปดาวยูโนว ฮือออ อายอ่ะ อายๆๆ แล้ว เฮ้ยๆๆๆ ถามอย่างเดียวสิวะ ถามแล้วทำไมต้องอุ้ม แล้วมาอุ้มทำไมเนี่ย ผู้ชายเหมือนกันนะเว้ยมาทำเป็นอุ้มกันตัวลอย ไม่เอา!!!
“ถ้านายอยากดู ก็แสดงว่านายอยากมีอะไรกับชั้นสินะ” ยังคงอุ้มไม่วางคนดิ้นลง ยิ่งได้กอดก็ยิ่งรู้ว่าจียงตัวเบาว่ะ แถมยังตัวบางขนาดนี้เลยนะ
“เปล๊าาาาา นายบ้าเปล่าฉันเปล่าดูนะ มีหลักฐานเหรอไงฮะ” ขี้ตู่ ขี้ตู่ ใครจะอยากมีอะไรกับแก๊~
เทมโปยิ้ม ยัง ยังแถ ซีดีเกลื่อนพื้นมันคืออะไรน่ะจียง
“รู้ดิ ก็เห็นนายดูก่อนนายจะเอาแผ่นออก ที่แท้นายก็ชอบแบบซาดิสม์สามรุมหนึ่งนี่เอง”
“ไอ้บ้า ไม่ใช่ว้อย ชั้นดูแบบธรรมดาหนึ่งต่อหนึ่งต่างหากใครจะไปโรคจิตแบบนั้นฟะ!!!!”
“นั่นไง” เทมป์ยิ้ม อ้าวจียง ฟายแล้วโดนหลอกแล้วไหมล่ะ
“อย่าดูเลย มันก็แค่ดีวีดี มาดูของจริงดีกว่าจียง” วางตัวคนตัวบางลงกับเตียงนุ่มแล้วทาบทับทั้งตัวขึ้นคร่อม
จียงยังไม่ทันจะได้โวยวายอะไร ริมฝีปากได้รูปก็ก้มลงมาประกบจูบไม่ให้มีโอกาสได้ตั้งตัว ลิ้นร้อนไล้เบาๆที่ริมฝีปากสั่นระริก ผละออกให้ได้หายใจและประกบใหม่รอบแล้วรอบเล่า หวานเสียจนไม่อยากให้ผละไปไหน หวานเสียจนต้องจูบตอบคนตัวโตไปอย่างห้ามไม่ได้ แทบจะไม่รู้ตัวว่าเคลิ้มไปกับจูบของคนตัวสูงอยู่นานแค่ไหนจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงความร้อนผะผ่าวจากริมฝีปากที่แนบลงมาที่ซอกคอก่อนจะไล้ระเรื่อยลงมาถึงผิวเนื้อช่วงบน ผสานกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสกับที่นอนเย็นๆจึงเริ่มมีสติ
เฮ้ย!!!! มันร่นเสื้อคลุมอาบน้ำกูลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเข้าแล้ว ไม่ๆๆๆ อย่ามาทำเนียนชเวซึงฮยอน~
“เดี๋ยวๆๆๆ เดี๋ยว หยุด หยุด หยุดก่อน!” ใช้ความไวปานนินจาฮาโตริกลิ้งตัวหลุดออกมาจากอ้อมอก แต่ยังไม่ทันจะพ้นขอบเตียง มือใหญ่ก็รีบคว้าตัวของคนที่กำลังจะผละจากและรวบร่างเข้ามากอดเอาไว้แน่น ริมฝีปากร้อนผะผ่าวแนบสัมผัสลงมาที่ต้นคอและคลอเคลียไม่ยอมให้หนีไปไหนได้อีก
อูย อันตราย นี่ชเวซึงฮยอนมันเอาจริงนะเนี่ย!!
"ปล่อยชั้นนะเว้ย" ได้แต่ส่งเสียงสั่นๆท้วงดิ้นไปดิ้นมา แกะมือร่างสูงออกมันยิ่งเกาะแน่น ไอ้เทมป์บ้าเป็นปลิงกลับชาติมาเกิดหรือไง ทำไมมันถึงได้มือกาวขนาดนี้วะ แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกเลยเว้ย
“ทำไมล่ะ” ถามเสียงจริงจัง
“ตอบสิว่าทำไมทำไม่ได้” ถามซ้ำอีกครั้ง แล้วแนบปลายจมูกลงมาที่ข้างแก้มของคนที่หันหน้าหนีไปอีกทาง ก็จริงจังขนาดนี้แล้วทำไมจียงยังหนีอีก ที่พูดว่าอยากมีอะไรด้วยก็เพราะชอบจริงๆนะ
“ฉัน…อยากจูบนาย”
“อยากกอด….”
“อยากรู้จักนายมากกว่านี้…”
“ไม่ได้เหรอ…”
สิ้นคำถาม คราวนี้จียงหยุดดิ้น หน้าแดงระเรื่อขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า คนตัวสูงเห็นก็ชักทำตัวไม่ถูก ปกติจียงเขินมันก็น่ารักอยู่แล้วนะ แต่นี่คนตัวเล็กเกร็งตัวแข็งทื่อไม่ยอมกระดุกกระดิก เลิกเอามือมาดันเขาออกแล้วด้วย ชเวซึงฮยอน เอาไงดี ทำยังไงต่อดี เวลาจียงตัวอ่อนปวกเปียกยอมให้กอดง่ายๆแบบนี้ ทำไมมันน่ารักขนาดนี้ว้า แก้มขาว ๆกลายเป็นสีแดงเรื่อ และใบหน้าที่เอาแต่มุดหนี มองแล้วมันยิ่งทำให้ไม่อยากจะปล่อยให้จากไปไหน
โอย ปล้ำได้ไหมเนี่ย ปล้ำได้ไหมจียง ปล้ำจะโดนเกลียดไหมเนี่ย
“ก็….ก็” จียงอึกอัก ดูมันถามสิ จะให้ตอบตรงๆยังไงวะ
“ก็ฉัน….ทำตัวไม่ถูก” ตอบเสียงอ้อมแอ้ม ”และก็ฉัน……….”
“หืม?”
”ฉ…ฉัน…..กลัวเจ็บอ่ะ” พูดแผ่วอยู่ในลำคอจนไม่ได้ยิน เทมโปได้ยินคำตอบก็อดจะยิ้มกว้างไม่ได้ ไม่เอาๆ อย่ายิ้มๆ เดี๋ยวจียงจะโมโหอีก
เหมือนจะพูดอะไรอีก จียงที่หน้าแดงจัดเรียกร่างสูงเสียงแผ่ว
“ฉันพูดต่อไม่ออกเว้ย….ข…ขออะไรอย่างได้ไหม.....วะ” ประโยคต่อไปเบาแทบจะไม่ได้ยิน
“อย่าเพิ่ง….มองหน้า...ได้ป่ะ” ก็ ก็ ไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่กล้าให้มองหน้าแล้ว มันกำลังจะระเบิดแน่ๆ หน้ามันถึงร้อนขนาดนี้ และขืนถ้ายังโดนสายตาคมนั่นมองอยู่อย่างนี้เขาไม่มีวันพูดจบหรอก
เทมโปยิ้ม ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ....จุ๊บเบาๆหนึ่งทีที่ริมฝีปาก เปลี่ยนท่ามาเป็นนั่งกอดกันเเทน เอาคางเกยไหล่กันเเละกันไว้.....จียงจะได้ซ่อนหน้าเอาไว้ข้างหลัง
"ฉัน…" ร่างสูงรู้สึกได้ว่าจียงกำลังหน้าร้อน
“ก็ ถ้า…ถ้ามีอะไรกันแล้วมันเป็นเหมือนในหนังที่ดูเมื่อกี๊ล่ะ”
“ฉันไม่ชอบ รับไม่ได้ด้วย ถ้าชั้นเกิดเกลียดนายเหมือนเกลียดซาโตชิล่ะ”
ใครวะ ซาโตชิ =___= เทมโปคิดในใจ
คนตัวสูงผละให้ออกจากการกอดกัน แล้วก็จ้องหน้าคนตัวเล็กที่หน้าแดงแป๊ด...สบตากันไม่ถึงสามวินาที จียงก็รีบสวมกอดเพื่อซ่อนหน้าอย่างเดิม
“จี………น่ารัก” กระซิบข้างหู คนตัวสูงรู้สึกได้ถึงแก้มร้อนฉ่าที่ซบลงมาที่บ่า อยากดึงมากหอมแก้มซักฟอดแต่พยายามเท่าไหร่ก็ดึงตัวคนกอดให้ออกจากบ่ากว้างไม่ได้ พอจะออกแรงดึงตัวให้ออกมา จียงก็ร้องอื้อแบบไม่พอใจ…วินาทีนี้เห็นหน้าไม่ได้ ว่างั้นสิ?
เทมโปหัวเราะ ฝังจมูกลงที่เรือนผมคนเขินแทน แล้วกระชับเพิ่มแรงกอด
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน….”
“เพราะฉันก็ไม่เคย”
“ฉันรับประกันนายไม่ได้ด้วยว่ามันจะเจ็บหรือไม่เจ็บ
“แต่…ถ้านายเจ็บเมื่อไหร่ ชั้นจะไม่เป็นฝ่ายมีความสุขอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน”
“เชื่อใจฉันไหม? จียง”
เทมโปยิ้มกว้างเมื่อรับรู้ว่าคนซ่อนหน้ากับอกกว้างพยักหน้าหงึกหงัก เชื่อใจงั้นเหรอ เชื่อใจงั้นก็แสดงว่า….
“แล้วถ้ามีอะไรกัน มันคงจะไม่ต่างจากหนังที่ดู แต่ฉันเชื่อว่าเราไม่เกลียดกันหรอก….”
“จียง คนที่มีอะไรกันเพราะความรักน่ะ…..ไม่มีทางเกลียดกันได้หรอกนะ”
“แล้วนายรักฉันหรือเปล่าล่ะจียง?”
โน้มลงมากระซิบถามเสียงเบาข้างหู ร่างเล็กนิ่งเงียบซ่อนหน้าอยู่ในอกก่อนจะพยักหน้าเบาๆอีกที นี่ไม่เห็นหน้ายังรู้สึกได้เลยว่าคนในอ้อมแขนต้องเขินมากแน่ๆ
โอยน่ารักว้อย! ยอมพยักหน้าด้วยอ่ะ อ่า แต่อยากเห็นหน้า อยากมองตาเหมือนกันนะเนี่ย
“จียง….” พยายามจะดึงคนกอดไว้ออกมาเพื่อจ้องหน้า แต่ยิ่งดึงจียงก็ยิ่งกอดแน่น
"จียงอ่า…"
“อื้อออ ไม่เอา!!” พูดอู้อี้กับอก แถมยังออกแรงกอดเทมโปเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“จียง….”
ยื้อกันอยู่ไม่ถึงนาที แต่ฝืนได้ไม่เท่าไหร่ ร่างกายก็อ่อนแรงลงเพราะคำรักที่กระซิบข้างหู เจ้าของฝ่ามือที่กำลังสั่นสะท้านไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต้านทาน แผ่นหลังถูกดันเอนลงแนบสนิทกับเตียง
“หลับตา….จียง….”
อื้อ ไม่ได้เชื่อนะ ไม่อยากเชื่อด้วย แต่ไม่รู้ทำไมเปลือกตากำลังปิดลงอย่างช้าๆ
สัมผัสได้ถึงความร้อนผะผ่าวจากริมฝีปากที่แนบลงมาที่ซอกคอก่อนจะไล้ระเรื่อยลงมาแล้ววกกลับหยอกเย้าที่ริมฝีปากอีกครั้ง และ…..
จียงไม่ได้ร้อนเพราะดู AV เหมือนอย่างตอนแรกหรอกนะ แต่…..
ริมฝีปากอุ่นร้อนที่คลอเคล้า…..
จมูกโด่งรั้นที่ซุกไซร้ไปแทบทั่วทุกพื้นผิว…..
โสตประสาทรังแต่จะก้องเสียงครางอือที่สอดประสาน
ดวงตาฉ่ำหวาน…..ที่ไม่สามารถถอนไปจากห้วงความคิด
ตอนนี้จียงรู้แล้วว่า….มันเป็นยังไง
***************************************
ร่างโปร่งยืนกอดอกอยู่หน้าชั้นวางสินค้าในมินิมาร์ทติดกับคอนโดของพี่แทบิน ขมวดคิ้วพิจารณาแปรงสีฟันที่เรียงรายอยู่อย่างไม่รู้จะเลือกอันไหน
“หืม สับสนอะไรเหรอ Honey…” มือใหญ่ของแทบินเลื่อนมาแตะเอวคนที่กำลังขมวดคิ้วแล้วลูบเบาๆ ส่วนอีกมือถือตระกร้าใส่ของ ดองอุคย่นจมูกขัดใจ ฮันนี่ ฮันนี่อีกแล้ว เรียกคนอื่นเขาฮันนี่ไปทั่วน่ะแหละ
ไม่รู้หรือไงว่าคำนี้น่ะ เขาไว้เรียกเฉพาะคนพิเศษ
แล้วไปเรียกหลานว่า ฮันนี่ การทิ่เขาจะเข้าใจผิดเรื่องพี่แทบินกับผู้หญิงคนนั้นมันก็ไม่แปลกใช่ไหมล่ะ
อีกอย่างเรื่องนี้ต้องโทษไอ้เทมป์ ทั้งหมดเป็นความผิดของมัน!!
บอกว่าพี่แทบินจูบกับผู้หญิงเพราะเล่นเกมส์ ทำให้ชเวดองอุคของขึ้น เป็นเพราะไอ้เทมป์คนเดียว! ใช่ เทมป์ผิด เพราะคนอย่างชเวดองอุค เกิดมาไม่เคยผิด เพราะงั้นมันน่ะแหละที่ผิดทุกประตู
“ตกลงว่า?”
“ห…หา พี่ถามผมว่าอะไรนะ”
“พี่ถามว่าเรามีอยู่แล้วอันนึงไม่ใช่เหรอ” คนตัวสูงถามอย่างแปลกใจ จะซื้อใหม่ไปทำไม ใช่ว่าจะไม่เคยไปนอนค้างที่ห้องเขาเสียที่ไหน
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอกฮะ ไปดูซื้ออย่างอื่นกันเถอะ” ดันหลังให้พี่ชายเดินไปที่ช่องคิดเงิน
เอาไว้วันหลังแล้วกัน
ก็แค่อยากจะเปลี่ยนให้เป็นสีเดียวกัน จะได้เป็นคู่ๆ แต่เรื่องอะไรจะบอก บอกก็ไม่ใช่ชเวดองอุคสิ
“พี่ว่าพี่เบ็คกี้น่ะ หายไปกับหลานพี่เหรอ” ถามหลังจากประตูลิฟท์ปิด จริงๆก็ดีไปอย่างเพราะว่าเขาไม่อยากเจอพี่เบ็คกี้หรอก ก็ดันไปร้องไห้ให้เห็น ไม่อยากจินตนาการตอนเจอหน้าเลยว่าจะโดนล้อขนาดไหน
“หลานพี่บอกว่าเป็นวันไทม์เมอร์ คงจะชอบพี่เบ็คกี้เนอะ”
“วิกกี้มันชอบแต่พี่เท็ดดี้น่ะ พี่เล่าให้ฟังไปแล้วนี่นา” แทบินพูด ดองอุคหัวเราะอีกครั้ง ก็มันขำนี่นา แค่คิดถึงเรื่องที่พี่แทบินอธิบายให้ฟังแล้วมันก็โคตรจี้
พี่แทบินเล่าว่า หลานของพี่แทบินน่ะหลงรักพี่เท็ดดี้ตั้งแต่ตอนพี่เท็ดดี้ไปเยี่ยมบ้านพี่เขาที่แอลเอแล้ว รักมั่นคงแค่ไหนไม่รู้หรอกนะ รู้แค่ถึงกับทำทั้งพี่แทบินและพี่ชายของพี่แทบินปวดหัวไปเป็นแถบนี่แหละ ก็เล่นหนีออกจากบ้านมาหาพี่เท็ดดี้ถึงเกาหลีนี่ไม่ใช่ย่อยเลยจริงๆ แถมคราวนี้เป็นครั้งที่สองแล้วอีกต่างหาก พี่แทบินโทรบอกที่บ้านแล้ว แต่กว่าพี่ชายพี่แทบินจะบินมารับตัวลูกกลับได้ก็น่าจะหลายอาทิตย์อยู่
แล้วเรื่องที่จูบกันนั่นอีก ในงานปาร์ตี้หลานพี่แทบินแอบเข้าไปด้วย แถมพยายามจะเข้าไปจูบพี่เท็ดดี้ที่เมามาก และเพราะพี่แทบินพยายามจะห้าม แอคซิเดนเลยไปจูบกับหลานตัวเองเข้า เทมโปที่เมาถ่ายรูปไปทั่วดันเจือกถ่ายเอาไว้ได้ และเพราะอยากให้หลานกลับบ้านโดยไม่งอแง เลยโกหกไปว่าเมื่อคืนได้จูบกับพี่เท็ดดี้ไปแล้ว
แต่ไม่ได้รู้เลย ยิ่งโกหกว่าจูบกันแล้ว เลยยิ่งไม่ตัดใจเข้าไปใหญ่ พอปิดเทอมที่โน่นก็หาทางมาเกาหลีให้ได้ปวดหัวอีก
“พี่ต้องโดนพี่เท็ดดี้ฆ่าแน่ เพราะงั้นดองอุคจะไม่เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังต่อใช่ไหม หืม?”
“โหย ไม่หรอกน่า พี่เห็นผมเป็นคนยังไงกัน” ทำเป็นรับปากไปงั้น แต่ดวงตาพราวระยับ เรื่องสนุกขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือชเวดองอุคได้ยังไง หึหึหึ
แทบินถอนหายใจเมื่อเห็นปฏิกริยาน้องชาย นั่นปะไร ถึงบอกแล้วไงว่าเป็นความลับ ไม่อยากจะบอกให้ดองอุครู้เท่าไหร่หรอก
ถ้าบอกความจริงไปว่าจูบกับใคร ก็จะโดนสาวไปเรื่องโน้นเรื่องนี้จนหมดน่ะแหละ และเพราะรู้ว่าคนตัวดีน่ะ เห็นเรื่องสนุกเป็นไม่ได้ แถมชอบทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้อีก นี่แย๊บอธิบายให้รู้อะไรแค่นี้ก็แย่แล้วนะเนี่ย ดีนะ เล่าเลี่ยงไอ้เรื่องพี่เท็ดดี้เมาแล้วจูบไปได้ ไม่งั้นมีหวัง….
ถ้าความลับนี่แพร่งพรายแล้วเขาโดนฆ่าหมกป่าตาย ชเวดองอุคเป็นม่ายนี่มาโทษกันทีหลังไม่ได้นะ
ลิฟท์ถึงชั้นที่ยี่สิบแล้ว แทบินกับดองอุคเดินออกมา ทันทีที่ร่างสูงใช้การ์ดรูดเปิดประตูห้อง ก็หันมาถามน้องชายที่เริ่มหาวหวอด
“วันนี้จะนอนห้องพี่หรือเปล่า ดาร์ลิงค์~”
“อืมมม ผมนอนที่ไหนก็ได้” แถวบ้านอิมแทบิน แปลว่าร่างโปร่งจะนอนห้องเขาน่ะแหละ
“ถ้าอยากนอนก็ไปแปรงฟันก่อนนะ” ร่างสูงก้มลงไปค้นอะไรกับถุงในมือซักพัก ก็เงยมายื่นบางอย่างให้
“ใช้อันนี้แล้วกันนะ อันที่อยู่ในห้องน้ำมันเก่าแล้ว”
เอ๋…ซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ก็เขาเดินกับพี่แทบินตลอดนี่นา แต่เอ๊ะ นี่มัน….
“เป็นไงสีเดียวกับพี่เลย จะได้วางเป็นคู่ในห้องน้ำ ดีไหม?”
ดองอุคเงียบไปนิดก่อนจะพยายามทำหน้าเฉยๆ ทั้งๆที่ในใจแอบอมยิ้ม
บังเอิญ หรือว่ารู้ใจ?
แต่แค่เห็นรอยยิ้มทะเล้นก็พอจะเดาได้ จะมีใครอ่านใจชเวดองอุคเท่าอิมแทบินเป็นไม่มี๊~
“พรุ่งนี้พี่อาจจะไม่เข้าบริษัทนะ มีลางสังหรณ์” คนตัวสูงพูดขึ้นหลังจากร่างโปร่งทำท่าจะเข้าไปในห้องน้ำ ดองอุคเลิกคิ้ว จริงๆแล้วเขามีคำถามสงสัยอะไรบางอย่างอยู่ในใจเหมือนกัน
“พี่มีความลับอะไรที่ยังไม่บอกผมอีกใช่ไหม”
แทบินถอนหายใจ เอาวะ เดี๋ยวถ้ามารู้ทีหลังจะมาโกรธกันว่ามีความลับกันอีก เฮ้อ….บอกก็ได้
“จริงๆก็มีอีกอย่าง คือว่าหลานของพี่น่ะ จริงๆแล้ว…….”
************************************************
ควอนจียงเพิ่งตระหนักว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้เป็นหนึ่งในครอบครัววายจี….โชคดีแค่ไหนที่มีคนใส่ใจ เป็นห่วงเป็นใยได้ถึงขนาดนี้ แหม๊ แต่ชักนึกอยากให้ตัวเองโชคดีน้อยกว่านี้จริงๆ =___=
“พี่บอกผมมานะ ว่าพี่กับพี่เทมป์ถึงไหนกันแล้ว!!” นี่เจ้าซึงริถามคาดคั้น
“แน่ๆเลย เดินกะเผลกมาแบบนี้ พวกพี่สองคนคง…อ่ะอ๋า…” นี่เจ้าแดซองถามไปเขินเอามือปิดหน้าตัวเองไป
ไม่ใช่แค่สองคนนี้นะที่อยากรู้เรื่องของเขา เดินเข้าบริษัทพี่ยามหน้าประตูก็ทัก ป้าแม่บ้านทำสายตาระยิบระยับมองมา ประหนึ่งชั้นรู้ทุกอย่าง โว้ยยยย ทำไมคนบริษัทนี้มันหูตาไวเรื่องคนอื่นอย่างนี้นะ
แต่คนอื่นๆในนี้ก็ยังไม่ทำให้ควอนจียงปวดหัวเท่า….
จียงทำหน้าไม่ถูกเมื่อทันทีที่ตัวเองก้าวเข้าไปในห้องซ้อม ใครบางคนก็เดินเข้ามาสำรวจร่างกายหาร่องรอยปริศนาโดยไม่ขอคำอนุญาต เพื่อแกล้งไอ้เทมป์มันอีก
“ปล่อยแฟนผมนะพี่!!” แหม เรียกแฟนเต็มปากเต็มคำ
“ไม่ปล่อย” ชเวดองอุคลอยหน้าลอยตา ขำไอ้เทมป์ แม่งกูกอดไอ้จีแค่นี้ร้องเป็นควายถูกเชือด จะหวงไปไหน กูจะไปพิศวาสอะไรมันได้หา
“ปล่อย!!”
“ไม่ปล่อย!!”
“ปล่อย!!”
“ไม่ปล่อย!!”
“ไม่ปล่อย!!”
“ปล่อย เอ๊ย!”
น่านไอ้เทมป์มึงเข้าใจหลอกล่อ แต่ยังไงกูก็ไม่ปล่อยหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า จะกอด กอดแน่นๆเลย หวงดีนัก สมน้ำหน้ามึงหลอกกูเอง เมาแล้วเสือกมั่วยังมาโกหกกันอีก ไหนดูซิ อีจีมันมีรอยตรงไหนบ้างวะ หนอยไอ้เด็กพวกนี้ไวไฟนัก
“พี่เทมป์จะหวงพี่จียงกับพี่ดองอุคเขาทำไมอ้ะ ในเมื่อพี่ดองอุคก็เป็นเคะเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” ซึงริหันไปถามแฟนเก่าอย่างแดซองอย่างสงสัย
“พี่ดองอุคเป็นเคะให้แค่พี่แทบินเท่านั้นแหละ นอกนั้นถ้าไปคู่คนอื่นเขาก็เซเมะดีๆนี่เอง” แดซองอธิบาย ซึงริพยักหน้าหงึกหงัก พูดถึงพี่แทบิน เอ้อ พี่เขาหายไปไหนหว่า ถึงมาปล่อยให้แฟนตัวเองมาแกล้งคนอื่นอยู่อย่างนี้เนี่ย
“ว่าแต่พี่แทยังไปไหนเนี่ย” แดซองถาม ซึงริสะดุ้ง
คาตาตี่หรีสายตามองน้องชายอย่างเคลือบแคลง จริงๆด้วยไม่ได้คิดไปเอง ซึงริกับพี่แทยังแปลกไปไม่คุยกันตั้งแต่ตอนออกจากบ้านแล้ว พี่แทยังก็ดูทำอะไรไม่ถูกอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ซึงริก็เหมือนกัน นี่คังแดซองพลาดอะไรไปตอนที่ลงไปนอนเมื่อคืนหรือเปล่าว้า…
“เห มาแล้วเหรอฮะ โอเคๆ” ดองอุควางสายจากสายสืบป้าแม่บ้าน ในที่สุดปาร์คเท็ดดี้ กับ ซองเบคยองก็มาถึงแล้ว วะฮ่าฮ่า ว่าแต่เอ๊ะ ไม่ได้เอาวิกกี้มาด้วยหรอกเหรอ
ร่างโปร่งปล่อยตัวจียง ก่อนจะรีบคว้าคอเสื้อเทมโปแทน
“เทมโปนายมานี่กับชั้น ชั้นจะพานายไปดูความลับเรื่องรูปที่นายถ่ายไว้ได้”
หัวเราะเลวๆแล้วก็วิ่งจากไป แดซองเห็นท่าทางจะสนุกเลยวิ่งตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว จียงทำหน้างงก่อนจะวิ่งตามไปบ้าง แต่ทว่าร่างบางกลับโดนขวางไว้
“พี่จียงอ่า…ผมมีอะไรจะปรึกษา”
“หา?”
ร้อยวันพันปีไอ้มักเน่มันไม่เคยมาปรึกษา วันนี้มาแปลกวุ้ย
“พี่จียง เมื่อวานพี่แทยังเขา….เขา….” ท่าทางมักเน่มันจะเครียด เห เรื่องอะไรหว่า ไอ้แทยังทำอะไรวะ เออวันนี้มันหายหัวไปด้วย หรือว่าเมื่อวานมัน….
“คือ….เมื่อวานพี่เขาจูบผมอ่ะ” ซึงริบอกเสียงแผ่ว ส่วนไอ้คนเป็นพี่ฟังแล้วก็ตาโตอย่างตกใจ จูบ จูบเนี่ยนะ!!
เฮ้ย! ก้าวหน้านี่หว่าไอ้แทยัง ฮ่าฮ่า ว่าแต่นึกภาพไม่ออกเลยว่ะ = =
“พี่ว่าพี่แทยังเขาชอบผมใช่มะ” เออเว้ย หัวไวนี่หว่าไอ้น้องเล็ก จียงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วถามกลับ
“แล้วตอนที่แทยังจูบนาย นายทำยังไงต่อเหรอ”
“ผม……” ซึงริเงียบไปนิด ก่อนจะตอบเสียงเบากว่าเดิม
“ผมตกใจ ก็เลยชกพี่เขาแล้ววิ่งลงจากรถอ่ะฮะ”
โหยซึงริไม่ผิดนะที่ไปต่อยพี่เค้าน่ะ อยู่ๆมาคว้าคนอื่นไปจูบใครจะไปทำเฉยได้ว้า
จียงอ้าปากค้าง โอว งั้นกูก็ไม่แปลกใจแล้วว่าป่านนี้ทำไมไอ้แทยังมันหายหัวไม่โผล่หน้าออกมา แม่งไปโดดแม่น้ำฮันตายแล้วหรือเปล่าวะ
“ผมจะทำยังไงดีอ่ะ พี่จียง ผมคิดแบบนั้นกับพี่แทยังไม่ได้หรอก”
หน้าซึงริเครียด ฟังแล้วจียงก็อดสงสารเพื่อนไม่ได้ คิดแบบนั้นไม่ได้งั้นเหรอ? ว้า ท่าทางจะไม่มีหวังซะแล้วว่ะไอ้แทยัง
“นาย….จะไม่ลองคิดดูเรื่องไอ้แทยังมันอีกทีเหรอ” จียงลองถาม คราวนี้ซึงริถอนหายใจยาวกว่าเดิม
“ผมลองคิดแล้วฮะ แต่….” สีหน้าซึงริจริงจัง ” แต่พี่แทยังตัวใหญ่ ตัวหนาตั้งขนาดนั้น จะให้ผมมาเมะให้น่ะไม่ได้หรอกนะ ถ้าเป็นพี่แดซองก็ว่าไปอย่าง~”
หา =________=
“ห…ห๊ะ!!!” จียงสำลักน้ำลายตัวเอง ไอ้ มักเน่มันว่ายังไงนะ
“เอาจริงๆนะ ให้ผมเป็นสามีพี่แดซองยังพอว่า แต่สามี่พี่แทยังผมไม่ไหวจริงๆนะฮะ” ซึงริหน้าเครียด จียงเกือบหลุดหัวเราะ ตกลงไอ้ซึงริมันคิดอย่างนี้จริงๆสินะ แล้วจะเป็นสามีแดซองน่ะเหรอ ดูกล้ามมันหน่อยไหมไอ้น้อง
“แล้วถ้าเปลี่ยนจากพี่แทยังเป็นเซเมะล่ะ นายจะว่ายังไง?” ลองแย๊บๆถาม
“หมายความว่าไงอ่ะ ไม่เอาอ่ะ ผมอยากเป็นเมะมากกว่า เป็นเมะเท่กว่าตั้งเยอะ!”
“ฉันแค่ถามเล่นๆน่า เอางี้ ไม่ต้องคิดเรื่องนั้นแล้วกันว่าใครเคะใครเมะ แต่ถ้าแทยังชอบนาย นายจะคิดยังไง”
“แล้วคบกับพี่แทยังต้องแบ่งไอติมกับเกมส์ไหมฮะ” ซึงริเอียงคอถามอย่างสงสัย
“นอกจากจะไม่ต้องแล้ว ยังมีคนเลี้ยงไอติม กับเกมส์ตลอดเวลาด้วยนะ”
ตาไอ้น้องเล็กพราวระยับขึ้นมาทันที นิ่งคิดอยู่หลายนาทีก่อนจะยิ้มกว้าง
“เป็นแฟนกับพี่แทยังก็น่าสนดีนะฮะ” ซึงริว่า จียงแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ เฮ้อ….แทยังหนักหน่อยแล้วมึง รอน้องมันโตกว่านี้อีกนิดดีกว่าว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า ความคิดมันยังไม่รู้เลยมั้งว่าใจเต้นกับไอติม กับใจเต้นกับความรักมันต่างกันตรงไหนบ้าง
แต่เฮ้อ….ฟังดูแล้วก็ใช่ว่าแทยังมันจะไม่มีหวังล่ะนะ
“นายตามแดซองไปดูดีกว่านะว่าทางนั้นมีอะไร เอาไว้เรื่องแทยังพี่จะลองคิดดูว่าจะให้คำปรึกษานายว่าอะไรดีถึงจะดีที่สุด” พูดแล้วก็ลูบหัวไอ้น้องเล็ก
“โอเคฮะ” ว่าแล้วซึงริมันก็วิ่งไปทันที คนเป็นพี่เห็นน้องชายวิ่งลับไปแล้วจียงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
“เฮ้ย ไอ้แทยังมึงไปตายอยู่หลุมไหนวะ เข้าบริษัทด่วนเด๊ะ เออ เอาน่า บอกให้เข้าก็เข้าเหอะ เออ แล้วก่อนขึ้นมา เหมาซื้อไอติมมินิมาร์ทข้างล่างมาให้หมดเลยนะ เออ รับรองว่าดีกับมึงแน่ๆ เชื่อกูเด้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“อะไรของพี่เนี่ย~” เทมโปครางเมื่อรุ่นพี่จอมเอาแต่ใจ ดันหัวเขาให้พ้นจากขอบประตู มาทำลับๆล่อๆอะไรแถวนี้เนี่ยพี่ชาย~ แล้วทำไมต้องมากักเขาไว้ด้วย เขาจะไปหาจียงน้า ทิ้งไว้กับมักเน่มันไม่น่าไว้วางใจนะเฟ้ย!
“นั่นสิ เรามาแอบดูพี่เท็ดดี้กับพี่เบ็คกี้คุยกันทำไมอ่ะพี่” อ้าว ไอ้แดซองตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ดองอุคยักไหล่ เป็นเชิงว่ารอดูกันไปก่อนเถอะสนุกแน่
“เออ ว่าแต่ไอ้เทมป์ แกกับจียง มีอะไรๆกันแล้วจริงดิ” โพล่งถามแบบตรงๆไม่มีปี่มีขลุ่ยสมกับเป็นชเวดองอุคจริงๆ
“มันเป็นความลับของผมกับจียง” ตอบได้น่าหมั่นไส้ไม่พอ เสือกยิ้มโรคจิตอีกนะมึง กูไม่ต้องเดาคำตอบแล้วเนี่ย
โทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาอีกที ทันทีที่ดองอุคได้รับรายงานจากป้าแม่บ้านว่าฝรั่งผมทองที่ให้จับตามองไว้ ตามมาถึงแล้วคนชอบเรื่องสนุกก็ยิ้มชั่ว
“เฮ้ พวกนายรู้หรือว่าพี่แทบินมีหลาน” ถามขึ้นมาในขณะที่แววตาพราวระยับ
“ก็เคยได้ยินมาเหมือนกันนะฮะ” แดซองตอบ ….ตอนนี้เองที่ซึงริเพิ่งวิ่งมาสมทบ ส่วนดองอุคก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“แล้วรู้หรือเปล่า ว่าหลานพี่แทบินน่ะมีชื่อว่าอะไรกันแน่”
**********************************************
แม่งมาถึงนี้เลยเหรอวะ!!!!
เท็ดดี้สบถเมื่อชะโงกไปที่หน้าต่างและเห็นคนที่ตัวเองกำลังหนีกำลังเดินเข้าบริษัทมา และทันทีที่คิดว่าหลบที่นี่ปลอดภัยดีแล้ว จึงหันมาตะคอกใส่คนตัวเล็กที่ตัวเองหิ้วต่องแต่งติดมาด้วย
“เพราะมึงเลยเอามันมา นี่มึงคิดจะเเกล้งกูใช่ไหมวะ!!!”
”เฮ้ย ใครเขาจะเเกล้งมึงว้า นี่กูช่วยหาเมียให้ นอกจากจะไม่ขอบคุณกูเเล้ว มึงยังจะหาว่ากูแกล้งมึงอีกนะ แล้วนี่ลากกูมาบริษัททำห่าอะไรเนี่ย” เบ็คกี้ยังคงไม่เข้าใจ อะไรของแม่งวะ เป็นลูกผู้ชายหรือตุ๊ดวะไอ้สาดวิ่งหนีผู้หญิง ไม่ใจเลยว่ะ โด่!
“กูลากมึงมาด้วย ไม่งั้นขืนมึงอยู่กับหลานไอ้แทบินมึงก็บอกมันหมดสิว่ากูอยู่ไหน แล้วไม่ต้องมาช่วยกูเลย หาเรื่องให้กูล่ะสิไม่ว่า ถ้ามึงไม่เเกล้งกูเเล้วจะเป็นอะไรวะ” เท็ดดี้หัวเสีย
เขาก็ว่าตื่นเช้ามาแม่งตากระตุก ดีนะเนี่ยว่าไหวตัวทัน เมื่อวานดื่มหนักไปหน่อย ไอ้เขาก็เมาค้าง พอเห็นหน้าโจทก์เก่านั่งยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ ก็นึกว่าเมาค้างเห็นภาพหลอน แต่พอไอ้เบ็คกี้บอกว่าพาหลานไอ้แทบินมาหาเท่านั้นแหละถึงรู้ว่าไม่ใช่ สะดุ้งคว้าไอ้เบ็คกี้หนีออกจากบ้านแทบไม่ทัน
สาเหตุที่เขาหนีน่ะเหรอ เฮอะ! ไอ้แทบินมันมีหลาน แล้วหลานมันก็ชอบเขา ใช่ มันถูกต้อง เขารู้มาตั้งนานแล้วก็คนมันเคยเจอกันมาก่อน แต่มันจะไม่เป็นปัญหาเลยถ้าเกิดว่า...
ไอ้แทบินมันไม่ได้มีแต่หลานชาย!!
มันจะไม่มีปัญหาด้วยถ้าชื่อเก่าของหลานไอ้แทบินจะไม่ใช่ริกกี้!!
คิดดู ปาร์คเท็ดดี้ โดนหลานชายอิมแทบินตามจีบ โอว…ขอไม้หน้าสามมาฟาดกันให้สลบเถอะพี่น้อง~!
เขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวายจี ทรงอิทธิพลที่สุดในวันไทม์ และทรงอิทธิพลที่สุดในย่านแถวบ้าน ไม่มีใครกล้าแหยมว่างั้น~ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนึงที่ต้องมาหนีใครบางคนหัวซุกหัวซุนแบบนี้ ไอ้ริกกี้นี่รายแรก
เขาเจอกับริกกี้ครั้งแรกที่อเมริกา แม่งเดสตินี่หรือห่าเหวอะไรก็ไม่รู้เถอะ แทบินมันไม่ยอมมารับเขาที่สนามบิน เลยต้องงมทางไปบ้านไอ้แทบินมันเอง มั่วๆไปจนเจอซอยบ้านมันน่ะแหละ แล้ววันนั้นมันมีกลุ่มเด็กตีกันหน้าปากซอย แม่งกูก็คนดี๊คนดีซะงั้น ไปช่วยไอ้เด็กที่มันโดนรุมเอาไว้ แล้วแม่งโคตรเดสตินี่ ไอ้เด็กที่ช่วยไว้ดันเป็นหลานชายไอ้แทบินซะงั้น ถ้าเป็นละครน้ำเน่าทั่วไป ก็ไม่ต่างจากฉากคลาสสิคตอนเจอกันครั้งแรกของพระเอกนางเอกเลยนะเนี่ย
ช่วงอยู่บ้านแทบิน ไอ้เราก็เอ็นดูมัน เห็นมันมารยาทดี กวนตีนน้อยกว่าไอ้แทบินเป็นล้านเท่า ไอ้มาตามกันต้อยๆ กับท่าทีที่แสดงออกเต็มที่ว่าชอบเขาสุดๆนั่นเขาก็นึกว่าแค่ชื่นชมที่เคยช่วยเรื่องวันนั้น และชื่นชอบในฐานะวันไทม์เมอร์ ไม่ได้เอะใจเล้ยว่ามันแอบบอกอะไรเป็นนัยๆมาตลอด จนกระทั่งมันเริ่มแต่งหญิงวันละนิด วันละนิด แล้วก็มาจู่โจมสารภาพรักกับเขาน่ะแหละ กว่าจะรู้ตัวว่าอะไรเป็นอะไรเล่นตีตั๋วบินกลับเกาหลีแทบไม่ทัน!!~
ไอ้เหี้ยแทบินแม่งก็ไม่ได้แย็บๆบอกกูเล้ยว่าหลานมึงเบี่ยงเบน กูจะได้ตะหงิดใจกับสายตาวิ้งๆที่มันชอบส่งมาให้แต่แรก แม่ง นอกจากจะปิดเงียบแล้วยังชอบปล่อยกูเผชิญอยู่กับหลานมันโดยไม่บอกไม่กล่าว อย่าให้รู้นะว่ามึงก็อยากได้กูเป็นหลานเขย!
“ยัยวิกกี้นั่นสวยจะตาย สงสารเขาหน่อยดิ อย่างน้อยก็นะ เขาอุตส่าห์มาจากเมืองนอกเพื่อเเก ก็ออกเดทกันซักทีสองทีสิวะ ที่มึงเรื่องมากนี่ไม่ใช่เพราะว่ามึงเป็นเกย์หรอกใช่ไหมวะ” ยัง ยัง ไอ้ซองเบคยองนี่มันยังไม่เลิกจับคู่ให้กู
“ที่กูเรื่องมากก็เพราะกูไม่ใช่เกย์นี่ไงล่ะวะ!!”
“หมายความว่ายังไงวะ ยัยเเนนนี่อะไรนี่ก็ออกจะน่ารัก กูเห็นเเต่ก่อนเมิงก็เคยควงฝรั่งประมาณนี้ไม่ใช่เหรอวะ นี่ถ้าเกรงไอ้เเทบินเดี๋ยวกูช่วยพูดให้”
มันยังสติลหวังดี แต่เดี๋ยวสิ ดูจากรูปการณ์แล้ว อย่าบอกนะว่าไอ้เบ็คกี้น่ะไม่รู้ว่าวิกกี้น่ะ….
“กูถามหน่อย มึงสังเกตุไหมว่าขนหน้าเเข้งยัยวิกกี้อะไรเนี่ยมันพรึ่บพรับเเค่ไหน”
“เออ กูก็ว่าพวกฝรั่งเเม่งขนดกอยู่เเล้ว เเปลกตรงไหนวะ”
“เเล้วมึงสังเกตไหมว่ายัยวิกกี้อะไรของมึงเนี่ย เสียงมันใหญ่เเค่ไหนเวลาพูดน่ะ”
“เออ กูก็สงสัยอยู่ เเล้วไงอ่ะ”
“แล้วที่มันไม่เรียกกูโอป้า แต่เรียกกูฮยองล่ะ”
“เรียกตามไอ้แทบินหรือเปล่า เป็นฝรั่งไม่ใช่เหรอวะ มันจะรู้ได้ไง”
“กูพูดขนาดนี้มึงยังไม่เก็ทอีกเหรอวะ” เท็ดดี้เริ่มหงุดหงิด
“อะไรของมึงวะ”
“นี่มึงโง่หรือมึงโง่วะเนี่ย!!”
“เฮ้ย อะไรวะมาด่ากูทำไม!!ไอ้กร๊วกนี่!” เบ็คกี้ชักฉุน
“ไม่รู้เเหละ ในเมื่อมึงเป็นคนก่อเรื่องยุ่งยากมาให้กู มึงต้องช่วยกูเลยไอ้เบคกี้”
อะไรวะ ช่วยอะไรวะ
“มึง นับจากนี้ไป มึงเป็นเเฟนกู! ออกไปบอกไอ้ริกกี้ว่ามึงกับกูคบกัน”
ห๊ะ!!!!!! คนตัวเล็กตกใจตาโต ก่อนจะค่อยๆถอยหลังกรูด
“ก...กูว่าเเล้ว มึง มึง ไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ มึงคิดจะเเทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจกูใช่ไหม ไม่นะ กูไม่ใช่เกย์นะเว้ย!!!!”
“ไอ้สัตว์ กูก็ไม่ใช่เว้ย! เพราะงั้นมึงมาช่วยกูซะดีๆ”
“เรื่องอะไรของมึงวะ! กูไม่สนเเล้ว ช่างหัวมึงสิ!!!!!”
เบ็คกี้โวยวาย ส่วนเท็ดดี้ก็ล็อคคอเบ็คกี้ไว้ไม่ให้หนี เป็นจังหวะเดียวกับที่วิกกี้โผล่มาพอดี ตอนแรกวิกกี้ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเบ็คกี้กับเท็ดดี้อยู่ตรงไหน แต่พอเดินผ่านเจอป้าแม่บ้านคนนึง ถามไปงั้นไม่ได้หวังจะได้คำตอบหรอก แต่ป้าแกกลับรู้ซะงั้น แถมถูกต้องเสียด้วย
“เท็ดดี้ฮยองอยู่นี่เอง” ร้องดีใจ ทำท่าจะเข้าไปหา แต่ชะงักเมื่อเห็นเท็ดดี้ล็อคคอเบ็คกี้ไว้ ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามอะไรเท็ดดี้ก็โพล่งขึ้นมา
“ตัดใจซะเถอะริกกี้ ความจริงแล้วฉันกับเบ็คกี้กำลังคบกันอยู่!!!”
สองเสียงร้องประสานอย่างตกใจทันทีที่เท็ดดี้พูดจบ
“ห๊าาาาาาา” เสียงร้องที่มีวรรณยุกต์นี้เป็นของริกกี้
“ห่าาาาาาาา” แต่อันนี้เป็นของซองเบคยอง =______=
**********************************************
เทมโปขมวดคิ้วเมื่อรุ่นพี่ที่เคารพเริ่มลงไปกลิ้งกับพื้น เป็นอะไรมากไหมวะนั่น หัวเราะเหมือนแทบขาดใจ
โอ๊ยยย คิดไม่ผิดจริงๆที่วันนี้เข้าบริษัท ชเวดองอุคชอบบบบ ท่าทางเรื่องหลังจากนี้คงจะสนุกแน่ๆโหย พี่แทบินพลาดว่ะ เช็ดน้ำตาที่เกิดจากการหัวเราะ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“เรื่องนี้ต้องกระจาย!!” พูดแล้วก็เดินจากไปเลย กูไปบอกป้าแม่บ้านคนแรกเลยเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า
เทมโปมองตามหลังพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ แล้วเมื่อกี๊ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นวะ พี่เท็ดดี้กับพี่เบ็คกี้งั้นเหรอ แล้วคบกันเนี่ยนะ เมื่อกี๊หูฝาด หูฝาดแน่ๆ เรื่องน่ากลัวขนาดนั้นมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง หูฝาด หูฝาดชัวร์ๆ
“ไปหาจียงดีกว่าแฮะ” แล้วพี่ใหญ่ของวงบิ๊กแบงก็เดินตามรุ่นพี่ออกไปจากตรงนั้นเป็นคนที่สอง เหลือน้องชายสองคนที่ยังคงนั่งอึ้งนั่งอยู่
“ซึงริ” แดซองทำเสียงเครียด แล้วหันไปมองหน้าน้องเล็ก เริ่มรู้สึกเสียดายอะไรบางอย่าง โหย ดูดิ พี่ๆคนไหนก็เป็นแฟนกัน แดซองไม่น่ารีบเลิกกับซึงริเลย ไม่อินเทรนเลยอ่ะ โหย ไม่ดีเลย
“ซึงริเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะ” คนตัวสูงกว่าหันมาพูดกับน้องชายด้วยแววตาจริงจัง
“เห? ” ซึงริยังคงตามไม่ทัน เหมือนเดิม เหมือนเดิมอะไร แล้วเมื่อกี๊พี่เท็ดดี้กับพี่เบ็คกี้เป็นแฟนกันเหรอ เหยอะไรกัน งงอ่ะ
“เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิมเถอะซึงริ!!”
“ทำไมอ่ะ” ซึงริถาม
โหย ก็จะได้เหมือนพี่ๆคนอื่นไง แดซองคิดในใจ แต่ตอบแบบนั้นมันไม่เท่ซะเลยนี่นา คนตาตี่เลยทำหน้าขรึม แล้วเก๊กเสียงเข้ม
“หรือว่านายลืมเรื่องระหว่างเราไปหมดแล้ว...” แดซอง....เมิงชักเพ้อแระ = =
“เอางี้ ถ้าเกิดว่านายกลับมาเป็นแฟนกับฉัน ฉันจะให้ใช้ตะเกียบของฉันทุกมื้อเที่ยงเลย!!”
อูย คังแดซองใจป้ำสุดๆเลยนะเนี่ย
“พูดจริงนะ!!” ซึงริตาโต ยะฮู้! ตะเกียบ ตะเกียบ เย้!!
“งั้นก็โอ...เอ๊ะ แต่…” น้องเล็กฉุดคิดอะไรขึ้นมาได้...เอ พี่จียงบอกว่า ถ้าเป็นแฟนกับพี่แทยังจะได้คนเลี้ยงไอติมกับเกมส์นี่นา
ไอติม กับ เกมส์ หรือ ตะเกียบ ดีน้า…
เอาไงดีวะ!! ร่างโปร่งกุมขมับ เครียดนะเนี่ย น่ารักเลือกได้ก็เงี๊ยะ~
พี่แทยัง หรือ พี่แดซองดีล่ะ?
โหยยยยยย เลือกไม่ถูกเลยอีซึงฮยอน!!
**********************************************
"ไอ้เชี่ย มาช้าจังวะ" จียงสบถอุบ
“ให้กูซื้อไอติมมาทำไมล่ะ” จียงไม่ตอบ ดึงเอาถุงในมือเพื่อนมาถือไว้ แล้วหยิบไอติมข้างในมาแกะกิน แกล้งมันหน่อยดีกว่า ยังไม่บอกหรอกว่าซึงริไม่ได้เกลียดมัน แถมท่าทางมันจะมีหวังนิดๆด้วยซ้ำ ถ้ามันมีเงินพอซื้อไอติมมาล่อลวงได้ทุกวันน่ะนะ
ที่ยังไม่บอกน่ะ เพราะอยากแก้แค้นนิดหน่อย
มาหลอกกูเรื่องหัวไชเท้าให้วิตกอยู่ตั้งนาน ทั้งๆที่เรื่องจริงมันก็....
จียงหน้าแดงเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวาน โหยยย ไม่เอาไม่คิด!
“คิดอะไรลามกอยู่ป่ะวะ หน้ามึงออกมากมาย” แทยังถามอย่างระแวง จียงรีบปรับหน้าให้เป็นปกติ
“มึงโดนแผลอะไรที่หน้าวะ” แกล้งถามไปงั้น ก๊ากกก แม่งกูจินตนาการตอนนี้ไม่ออก ซึงริต่อยหน้ามึงเนี่ยนะ อะไรมันจะบ่มีไก๊ขนาดน้าน
แต่เอาวะ มันกล้าจูบก็ถือว่ามันกล้าแล้วแหละ
“ซึงริ ต่อยกู มึงไม่ต้องมาแกล้งถาม กูรู้ว่ามึงรู้เรื่องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ซึงริมีอะไรก็บอกมึงหมดแหละ” นั่น รู้ดีอีกนะมึง
“กูกะว่าจะหายไปจำศีลบนเขาหนีความจริงซักพัก ฝากบอกท่านประธานด้วยนะว่าเรื่องโซโล่ของกูให้เลื่อนไปก่อน กูจะกลับมาเมื่อกูทำใจได้” แทยังทำหน้าเศร้า นี่มึงเศร้าจริงป่ะเนี่ยยังจะมีมายิงมุก จำศีลเหี้ยไร นี่โกหกหรือพูดจริงวะ
“ตกลงจะตัดใจแล้วเหรอแทยัง” เฮ้ย นี่ไม่ใช่เสียงกู เสียงใครวะ
ทั้งแทยังและจียงหันไปตามเสียงด้านหลัง
“เมื่อกี๊แดซองขอซึงริเป็นแฟนอีกครั้งน่ะ นายไม่คิดจะทำอะไรหรือไง” เทมโปพูด ก็เดินจากพวกมันมาเมื่อกี๊ได้ยินอยู่แว่วๆเหมือนกัน อะไรกลับมาเหมือนเดิม ประมาณนี้แหละ
แทยังหันไปมองหน้าจียง ไอ้แสร่ด เมิงเล่าให้พี่เขาฟังใช่ไหม จียงหลบตา อะร๊ายยย เรื่องอย่างนี้มันก็….นะ
“ทีแดซองไม่เห็นโดนต่อยเหมือนผมเลย” แทยังพูดซึมๆ แหม๊ ก็มึงดึงน้องไปจูบอ่ะไอ้ห่า จียงด่าในใจ
“ทำไมไม่ลองอีกยกล่ะ” เทมป์ว่า
“ลองจนกว่าซึงริจะบอกว่าเกลียดนายน่ะแหละ”
แทยังเงยหน้ามามองพี่ใหญ่ ทำไมวันนี้พี่เขามาโหมดจริงจังวะ แถมยังมาให้กำลังใจกันอีก แปลกวุ้ย แต่….
ลองจนกว่าซึงริจะบอกว่าเกลียดงั้นเหรอ
มันน่าลองซักตั้งเหมือนกันแฮะ
“ชักช้า เดี๋ยวป่านนี้สองคนนั้นก็ลงเอยกันหรอก” กระเซ้าเมื่อเห็นแทยังทำท่าลังเล ไอ้ที่ช่วยขนาดนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะว่าแดซองน่ะ มันโดนเขาหลอกให้ชอบซึงรินี่กว่า =___= ก็คนมันรู้สึกผิดนิดๆว่าตัวเองเป็นสาเหตุ ถ้าแทยังมันชอบซึงริจริงๆน่ะนะ มันก็เลวที่กูคนเดียวเลยสิเนี่ย
“เอ้า อาวุธ” จียงยื่นถุงไอติมให้ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเพื่อนให้กำลังใจ
“เออ ขอบใจที่มึงอยากทำหน้าที่เพื่อนที่ดี แต่กูเสียวสันหลังวาบว่ะ” แทยังพูดพลางดันเพื่อนให้ออกไป ไอ้คุณพี่เทมป์แม่งจะแดกหัวกูอยู่แล้ว สายตาแม่งโคตรน่ากลัว จียงวันหลังมึงอย่าเข้ามากอดกูอีกนะ
พอแทยังเดินหายไป เทมป์ก็เดินเข้ามาใกล้คนตัวบาง
“ว่าไงควอนจียง….ตอนเช้านายหนีกลับทำไมน่ะ”
จียงชะงัก…อ่า อย่ามามองแบบนี้เด้ ทำตัวไม่ถูกเว้ย!!
เทมโปเห็นคนหน้าแดงก็ไม่อยากดุ จริงๆก็ไม่ได้โกรธหรอก ก็รู้หรอกน่าว่าเขิน
“นายยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” อยู่ๆก็เปลี่ยนมาถามเรื่องนี้ จียงหน้าสูบฉีด...โหย อุตส่าห์ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำหน้าเฉย ๆ ทำเป็นไม่คิดว่าเกิดอะไรเมื่อคืน แล้วนี่มันจะพูดให้นึกถึงให้ได้อายทำไมวะเนี่ย จียงหันหลังขวับ ก้าวขาเดินลิ่วๆ เดินหนี จะเดินเลี่ยง แค่จะเดินไปอีกทาง แต่ก็ถูกคว้าเอวเอาไว้ เทมโปอมยิ้ม อีกแล้วจียง เหมือนเมื่อวานเลย
เมื่อวานมีอะไรกันไปถึงขนาดนั้น พอตอนนอนไอ้เราก็อยากจะกอดอยากจะหอมบ้าง จียงก็เอาแต่เขยิบไปนอนติดผนัง แถมไม่ยอมให้แตะตัวอีก ตอนแรกก็ใจเสียเพราะนึกว่าโกรธ แต่เห็นว่าต้นคอของคนที่นอนหันหลังให้มันแดงไปหมด ไม่รวมร่องรอยแดงช้ำที่เขาตั้งใจทำ ก็เข้าใจว่าคงแค่อายเท่านั้น สุดท้ายเลยต้องใช้กำลังลากเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนถึงได้สัมผัสร่างอุ่นๆของคนขี้เขิน แล้วก็กอดอยู่อย่างนั้นทั้งคืน เขินก็ไม่ว่าหรอก แต่ไอ้ที่ตื่นมาแล้วหายวับไปเนี่ย มันน่าน้อยใจไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ย
“เมื่อวานฉันมีความสุขมากเลยนะ นายล่ะ….”
“เกลียดฉันหรือเปล่า”
ดวงตาของคนพูดจ้องนิ่งตรงมาคนฟังก็ได้แต่หน้าแดง ถูกตั้งคำถามตรง ๆ แบบไม่มีการอ้อมค้อม จะเลี่ยงและไม่ยอมตอบก็ดูเหมือนไม่มีเหตุผล
“คนที่มีอะไรกันเพราะความรักน่ะไม่มีทางเกลียดกันได้ไม่ใช่หรือไง”
ย้อนเอาคำพูดของคนตัวสูงมาพูด ทั้งๆที่ใบหน้าแดงก่ำ
“แล้วฉันจะเกลียดนายได้ยังไงล่ะ……..ไอ้โง่” แถมมีการด่าหยอดตบท้ายแก้เขิน เทมโปหัวเราะ ให้มันได้อย่างนี้สิ บรรยากาศกำลังซึ้งๆอยู่เชียว
“จียง…”
เทมโปเขยิบเข้าไปใกล้ๆ...อยากจะบอกให้มากขึ้นและอยากจะทำให้คนตรงหน้ารับรู้ให้มากขึ้น แค่ให้รู้สึกแค่และรับรู้ถึงความรู้สึกมากขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่นี้เท่านั้น
“ฉัน…”
“เฮ้ย อย่าหนีนะไอ้เท็ดดี้ ไอ้เลวมึงทำงี้กับกูได้ไงห๊า!!!!!!”
ปาร์คเท็ดดี้กำลังวิ่งหนี ในขณะที่ซองเบคยองวิ่งไล่กวด
“ฉัน…”
“หยุดอยู่ตรงนั้นทั้งสองคนเลยน้า วิกกี้ไม่ยอมนะ มาเคลียร์กันก่อนเซ่~”
ริกกี้กำลังรวบชายกระโปรงแล้ววิ่งไล่ตามไปติดๆ
“คือว่าฉัน…”
“อ่า ป้าๆๆ วิ่งเร็วเข้าสามคนนั้นเขาวิ่งไปทางโน้นแล้ว!!!”
ชเวดองอุคกำลังลากป้าแม่บ้านตามติดชิดทุกสถานการณ์อย่างมีความสุขสุดๆ
“จียงคือ…”
“พี่จียง เป็นพี่จะเลือกอะไรระหว่าง ตะเกียบกับไอติมน่ะพี่”
ซึงริเข้ามาเกาะแขนพี่ชายแล้วถาม แต่ก็ต้องปิดปากเงียบเมื่อเห็นสายตาโหดๆของร่างสูงที่ส่งมา
“เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ฮะ ผมว่าผมรู้คำตอบแล้วแหละ” แล้วมันก็วิ่งไป โดยมีแทยังกับแดซองวิ่งตามหลังกันมาติดๆ แต่ดูเหมือนสองคนหลังจะออกแนววิ่งแข่งกันมากกว่า
ว้อยยยยย ถ้าแม่งใครโผล่มาตอนนี้อีกนะ !!
“จียงคือว่าฉันน่ะ…”
“นี้พวกนั้นน่ะวิ่งไปทางไหนนายรู้ไหม” มือใครบางคนมาแตะที่ไหล่
ผึง~~! (เสียงเส้นสติขาด)
“จะไปรู้ไหมห๊า อยากรู้ก็ไสหัวไปหาเองสิว้อยยยยยย”
เถื่อนสุดๆ โมโหสุดๆ ถ่อยสุดๆ แต่ก็…..ผิดคนสุดๆ….=___=
“นายว่ายังไงนะ…” อิมแทบิน กับ โอจินฮวานมาพร้อมกันยังไม่พอ ยังจ้องหน้าไอ้รุ่นน้องลามปามแล้วหักข้อนิ้วข่มขู่พร้อมกันอีกต่างหาก แทบินน่ะดองอุคโทรเรียก ส่วนจินฮวานน่ะบังเอิญผ่านมาเลยแวะเข้ามาพอดี ว่าแต่…หนอย เมื่อกี๊ไอ้เทมโปมันพูดกับรุ่นพี่ว่ายังไงนะ
“ผมบอกว่าเหมือนจะวิ่งไปทางขวาฮะพวกพี่”
ชเวซึงฮยอนไม่ได้ป๊อดนะ แค่อยากเก็บชีวิตไว้รักกับจียงนานๆเฉยๆ ก็ไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ เสืออิมกับเสือโอร้อยศพกันเหรอ สองคนนี้น่ะ น่ากลัวใช่เล่นนะ
“ให้มันแล้วไป”
ทันทีที่รุ่นพี่สองคนเดินจากไป จียงก็เริ่มต้นหัวเราะ ส่วนเทมโปก็ทำท่าหมาหงอย อะไรว้า แล้วจะได้พูดไหมล่ะเนี่ย ให้มันได้อย่างนี้เซ่!
ร่างเล็กกว่าเห็นคนตัวสูงซึมไปก็เดินเข้าไปหา เขย่งเท้าเล็กน้อยแล้วกระซิบข้างหู
“เอาไว้อยู่กันสองคน นายค่อยบอกฉันแล้วกันนะ”
เทมโปหัวเราะ โทษฐานพูดจาน่ารักจียงเลยโดนหอมแก้มไปฟอดใหญ่
โอเค เอาไว้พูดทีหลังก็ได้
เพราะเขากับจียงยังเหลือเวลาด้วยกันอีกเหลือเฟือ
ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ….คงต้องขอตัวไปสมทบกับคนอื่นๆบ้างล่ะ
เป็นสมาชิกวายจีซะเปล่า จะพลาดได้ไง เรื่องชาวบ้านเขาตอนนี้ไปถึงไหนแล้วมันต้องตามไปดู!
THE END
คอมเมนท์ให้ด้วยน้า ไม่ต้องรีบ เอาไว้พร้อมก็คอมเมนท์นะคะ ^^
มาลงตอนจบให้เเล้วคร้าบ ยังมีสเปเชียล เรื่องสั้น เดสตินี่ ของเท็ดเบ็คอีก เป็นเรื่องราวต่อจากนี้ จะวุ่นวายขนาดไหนเมื่อริกกี้เข้ามา 555+ ถ้าถามเรานะ เราชอบเดสตินี่มากกว่าเทมจีในตอนจบอีก (อ้าว) ถ้ายังไงเดี๋ยวจะมาลงหลังจากส่งไปรณีย์เสร็จเเล้วกันนะคะ ให้เพื่อนเขาได้หนังสือกัน เเล้วได้ไปอ่านกันก่อนเเล้วกัน (เปลี่ยนเป็นเมลมาขอเเล้วกันนะคะ เพราะว่าต้นฉบับเเบบเทกซ์หายไปเเล้ว เรามีเเต่ไฟล์ pdf จะส่งให้ที่เมลค่ะ)
สำหรับตอนจบนี้ชอบเนื้อเรื่องไหม ชอบตอนไหน ชอบตัวละคร หรือคิดยังไงกับตัวละครเเต่ละตัว บอกกันหน่อยน้า อยากรู้จริงๆ เพราะว่าเราเครียดมากกกกกกกกกกกกก เอาจริงๆเครียดจริงๆ ไม่รู้ทำยังไงมันถึงจะดีพอ ทำยังไงมันถึงจะดีพอ คิด -*- อย่างนี้เเล้วมันก็นะ....สรุปเเล้วมันก็ได้เท่านี้จริงๆ ไม่รู้ว่าจะมีใครหลายคนผิดหวังหรือเปล่า
อาจจะถูกใจ หรือ ไม่ถูกใจ ตัวละครบางตัวอาจจะไม่ได้ลงเอยกันอย่างที่ใจหวัง เเต่นี่เราคิดว่ามันก็ลงตัวกับลักษณะนิสัย เเละความเป็นไปได้ว่าจะรักกัน(ได้ไหม) เเล้วเเหละ (เหรอ 55+) ไม่รู้นะ นี่เเค่ความคิดเรา เพราะงั้นเราถึงอยากรู้ความคิดทุกคน อ่านกันมาถึงขนาดนี้เเล้ว จะลาจากกันเเระ (จะไปไหน?) ทิ้งทวนคอมเมนท์ให้ด้วยน้า
ส่วนเรื่องงานเคเอฟซี
เเล้วดันเผลอลบไอ้ที่พูดถึงงานเคเอฟซีในเมื่อคืนไป อ๊ากกกกกกก โมโห ฮิอออ ขี้เกียจพิมพ์ใหม่เเล้วอ่ะ
เอาเป็นว่า ขอโทษทุกคน สำหรับความไม่พร้อมในหลายๆอย่าง ไปก็สาย เเจกก็ช้า เเละอาจจะไม่ได้ยิ้ม หรือทักทายทุกคนเท่าที่ควร เพราะเมื่อวานเราเบลอมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เบลอเเบบหน้าทุกคนเหมือนกันหมดอ่ะ 555+
เเล้วก็ขอบคุณสำหรับพี่ๆน้องๆบางคนที่เอาของฝากมาให้ ปลื้มมากๆค้าบ เเละน้องๆที่ยืนตาปิ๊งๆอยู่หน้าบูท พี่เขิลมาก 555+ ขอบคุณทุกคำชม...ดีใจมากๆๆๆๆจริงๆๆ ขอบคุณมากค้าบบบบบบ
ได้เจอพี่ๆน้องๆหลายคน ตื่นเต้นมากๆ อาจจะไม่ค่อยได้มีเวลาทักทายหรือยิ้มให้ ไม่โกรธกันนะ บอกเเล้วว่าเบลอจริงๆๆๆ
ขอบคุณเพื่อนๆๆๆๆพลพรรคบ้านศิลป์ทุกคน ไม่ได้พวกมึง กูไม่มีทางจ่ายฟิคสำเร็จ กูร๊ากกกพวกเมิ๊งงงง
อยากรู้คอมเมนท์ว่าได้หนังสือไปเเล้ว ชอบไหม หนังสือเป็นไงบ้าง ข้างในถูกใจหรือเปล่า หน้าโพรไฟล์ หัวเเชปเตอร์ เนื้อเรื่อง เเฟนอาร์ต ที่คั่น โปสการ์ด อะไรก็คอมเมนท์มาได้เลยค้าบ รออยู่
ปล. เรื่องถุง บางถุงมันก็เเคบ บางถุงมันก็กว้าง บางอันก็ขาดๆ ต้องขออภัยทุกๆคนจริงๆ เป็นเพราะมันเป็นงานเเฮนเมดจากกรมทหาร 555+ พ่อใช้ทหารนั่งเย็บให้ (โถรั้วของชาติ = =) มันอาจจะไม่ค่อยเนี้ยบก็คิดซะว่า เเนวเเล้วกัน 55+
ปล2. หนังสือดิสเลิฟยังเหลืออยู่จำนวนนึงนะคะ ถ้าใครอยากได้เก็บก็ติดต่อที่
diy_thislove@hotmail.com




