[BBFic]...จุดจุดจุด Ep3 (Top x GD)

posted on 11 Apr 2009 05:13 by bigbangfic in Dot-Full-stop

I Love You - S.E.S.  

 

 

สารบัญฟิคตอนก่อนหน้า

 

Dot...Full stop (...จุดจุดจุด)

 

 

Story By diy

 

EP 3

 

เคยมี 'ชนัก' ติดหลังกันไหมครับ?

 


ถ้าเคย......คุณคิดเหมือนผมหรือเปล่า ?

 

 

ไอ้แผลจาก 'ชนัก'เนี่ย....มันเจ็บๆคันๆยิ่งกว่าเป็นขี้กลากอีก ว่าไหมครับ?

 

 

.
.
.
.

ผู้คนไม่คุ้นตามากมายเดินผ่านผมไปคนเเล้วคนเล่า....เเต่ขาของผมมันกับตรึงอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน.......


ภาพที่ปรากฏเเก่สายตามันทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของผมวูบไหวไปด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง.....


นับจากวันนั้นก็นานเเล้วสินะ.....ทั้งๆที่นานมาเเล้ว เเต่ที่นี่ยังคงไม่ต่างกับเมื่อก่อนเลยจริงๆ....


ตั้งเเต่วันที่ผมหนีการรับน้องเพียงเพราะว่าเจอพี่ท็อป....คนที่ผมไม่กล้าสู้หน้า...นับจากวันนั้นผมก็ไม่กล้ามาที่มหาลัยนี่อีกเลย..........

 

 

......สิบปี.......เเล้วสินะ....
.
.

.

.

.

.

.

.

.

อ่ะเเหนะ! ตกใจอ่ะดิ ล้อเล่น....จริงๆมันก็เเค่สองอาทิตย์เท่านั้นเเหละ!
สิบปีอะไร โหย! เเค่สิบวันผมก็โดนเเม่ฆ่าหมกบ้านเเล้วถ้าไม่ไปเรียนเนี่ย!



เรื่องจริงก็คือหลังจากวันรับน้องวันนั้น ผมก็ยกให้มหาลัยนี้เป็นพื้นที่สีเเดง เขตอันตรายรองจากซอยเเถวบ้านพ่อของผมเลยทีเดียว เต่เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันเเรก และผมก็มีคลาสแรกตอนสิบโมงด้วย....เพราะงั้นคุณคงไม่ถามผมใช่ไหมว่าวันนี้ผมมาที่นี่ทำไม



ถูก....เหตุผลก็อย่างที่คุณคิดน่ะเเหละ ผมมาเพราะเเม่บังคับ (อ้าว)



เเต่ถึงจะออกมาจากบ้าน เเต่ถ้าผมไม่เข้าไปเรียน เเม่ผมก็ไม่รู้หรอกใช่ไหมล่ะ
เพราะอย่างนั้นตอนนี้ใจของผมมันเลยกำลังเเยกเป็นทางสองเเพร่ง เลือกไม่ถูกว่าจะก้าวเข้าไปในมหาลัยดี หรือถอยหลังใส่เกียร์ไปนอนเล่นเกมส์บ้านไอ้เเทยังจะดีกว่า

 

"เฮ้ย ไม่ต้องเข้าไปหรอก ไปนอนเล่นบ้านไอ้เเทยังสบายกว่าเยอะ ไอ้รุ่นพี่มหาลัยนี้ เเค่คิดว่าต้องรับมือด้วยก็ปวดเซี่ยงจี๊แล้วว่ะ อย่าไปเล้ย..." สมองด้านชั่วของผมมันรีบเเจ้นเสนอความคิดก่อนใคร...จินตนาการ ภาพมิติ 3D เป็นตัวผมขนาดจิ๋ว มีปีกสีดำกำลังบินวนอยู่ที่บ่าข้างซ้าย พร้อมถือง่ามไว้ในมือ เเล้วทำท่าเต๊ะจุ๊ยด้วยสีหน้าชั่วๆไว้นะครับ...

 

"ได้ยังไง! ไหนนายว่าจะเปลี่ยนเเปลงชีวิตตัวเองยังไงล่ะ ทำไมมาโดดเรียนตั้งเเต่วันเเรกเเบบนี้ เดี๋ยวก็เรียนไม่จบหรอก เรื่องรุ่นพี่น่ะยังไงก็ต้องมีทางออกเเน่ๆ...ไปเรียนดีกว่านะ" สมองด้านดีของผมมันไม่รีรอที่จะเสนอหน้าตามมาติดๆ...3D เป็นผมตัวจิ๋วๆใส่ชุดสีขาว มีปีกสีขาว เเละวงเเหวนเเห่งความดีอยู่บนหัว สวมเเว่นไร้เลนส์ นั่งทำหน้าเป็นเด็กเนิร์ดอยู่บนไหล่ข้างขวา.... นี่ถ้าเเม่ผมได้ยิน คงร้องไห้เป็นสายเลือดด้วยความปลาบปลื้ม....

 

"ใครจะสนเรื่องเรียนวะ จบไปก็ไม่มีงานทำหรอก เเค่ออกจากบ้านทุกวันให้เเม่คิดว่าไปเรียนก็พอเเล้ว แล้วปีสุดท้ายก็ไปสั่งทำใบปริญญาปลอมไปหลอกเเล้วกัน ร้านตรงย่านเเถวกังนัมน่ะมีอยู่ร้านนึง ชั้นได้ยินมาว่าทำได้โคตรเนียนเลย รับรองเเม่จับไม่ได้ชัวร์ๆ" ไอ้ซาตานชั่วมันบอก....ทันทีกับที่เทวดาเเสนดีในตัวผมตวาดขึ้นมาด้วยความเหลืออด



"ไร้สาระน่ะ!" .... ท่าทางมันจะโกรธมากครับ.....ก็สมควรเเหละ ความคิดชั่วๆขนาดนั้นหน่ะ! มันชั่วมากครับ มันคิดได้ยังไง ไม่ชั่วจริงนี่คิดไม่ได้นะเนี่ย!!

 

"ใครบอกย่านกังนัม! ย่านฮงแดต่างหาก! ใบละหกหมื่นวอน! ถ้าเอาเพื่อนมาด้วยจะได้ส่วนลดพิเศษ ข้อมูลไม่ชัวร์ยังจะมาพูด!!"....เเล้วมันก็สะบัดหน้าเชิดบินกลับมานั่งบนไหล่ผมเหมือนเดิม

 

=______= สรุปเลวทั้งคู่ครับ........ผมก็นึกว่ามันจะห้าม......เเม่งรู้ดีกว่าอีก

 

แล้วฝ่ายดีฝ่ายชั่วในตัวผมมันก็เริ่มทะเลาะกัน จะบอกว่าใครดีกว่าใครผมก็บอกไม่ได้ เพราะมันสองตัวรวมกันก็กลายเป็นผมนี่แหละ
แต่เอาไงดีล่ะ....ถึงผมจะไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าตัวเองเป็นพวกรักสงบ เเต่ผมก็ไม่คิดอยากจะให้ชีวิตวุ่นวายนักหรอกนะ....
เพราะงั้น.....กลับดีกว่า!!! เอาไว้ผมจะมาที่นี่อีกสี่ปีข้างหน้า ตอนคอสเพลย์ชุดรับปริญญาเอาไปหลอกเเม่เเล้วกัน!!


คิดเเล้วผมก็หมุนตัวกลับเดินออกมาจากหน้ามหาลัยทันที ออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้ป๊อดนะครับ สาบานได้ว่าลูกผู้ชายอย่างผมถึงเเม้ว่าอกจะไม่ถึงสามศอกเเต่ ผมถึงไหนถึงกันอยู่เเล้ว! เวลาปกติผมก็มักมีโชคชะตาที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องหมัดเข่าศอกให้ได้เลือดตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง เพราะงั้นต่อให้ผมต้องโดนไอ้รุ่นพี่พวกนั้นเเกล้งจริงๆเรื่องที่ไม่พอใจที่ผมหนีรับน้อง ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะอ่อนเเอหรือยอมเเพ้หรอกนะ...

.

เเต่ที่อยากหนีเพราะปัญหามันอยู่ตรง.....พี่ท็อป.....ต่างหาก.....



ถึงไอ้ยองเบมันจะบอกว่าเรื่องมันนานมาเเล้ว พี่เขาอาจจะไม่มายุ่งกับผมก็ได้
เเต่ยังไงก็เถอะ..... ชาตินี้ผมก็ว่าผมยังไม่พร้อมจะเจอเขาจริงๆ!!





.

.

.

.

“เฮ้ยนาย! อย่าเพิ่งไป!!”  

 

 

เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ผมชะงักฝีเท้า  ผมหันซ้ายหันขวาแต่ก็ไม่เจอใคร  เเต่พอผมหันไปหลังไปเลยได้เห็นใครบางคนจากถนนอีกฟากถนนโบกมือมาทางนี้



ห๊ะ....เรียกผมเหรอ? ว่าเเต่หน้าคุ้นๆเเฮะ



ยังไม่ทันจะได้นึกว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร ไอ้คนที่ส่งเสียงเรียกผมมันก็รีบวิ่งข้ามถนนมา...
พอได้เห็นใกล้ๆ.....ตัวผอมบาง คิ้วหนาเข้ม....ใบหน้ากวนๆ ขอบตาคล้ำได้อารมณ์เหมือนไม่ได้นอนมาสามวันติด....อ่า.......ไม่อยากจำ เเต่มันติดติ่งซีรีบรัมมาให้จำได้.....



นี่มันไอ้ซึงรินี่หว่า.......

 

"นี่นายจะกลับบ้านใช่ไหม ยอมเเพ้อีกเเล้วเหรอ! "ซึงริวิ่งมางอตัวหอบเเฮ่กตรงหน้าผมเเล้วพูดประโยคนั้น .....



หา? อะไรเเพ้.. ผมเนี่ยนะ? ผมหันซ้ายหันขวาอีกรอบ เพื่อให้เเน่ใจว่ามันพูดกับผมไม่ใช่คนอื่น
กำลังจะถามว่าไปรู้จักกันตอนไหนวะ เเต่อยู่ๆไอ้ซึงริมันก็ยืดตัวขึ้นเเบบรวดเร็ว ผมผงะถอยหลังไปเพราะตกใจ

 


ซึงริมองผมด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะเอื้อมมือมาเกาะที่บ่าผมพร้อมกับบีบเเน่น...

 



"นายอย่าพึ่งสงสัยอะไรทั้งนั้น...."
..............ยากไปป่ะจะไม่ให้กูสงสัยมึงเนี่ย

 

"ฉันรู้!! ไม่ต้องอธิบายอะไรเเล้ว! ฉันเข้าใจ!!"
...............โอเค เข้าใจก็ดี เเต่อย่าลืมอธิบายให้กูฟังด้วยนะว่าเข้าใจเรื่องอะไร.... =___=

 

"ไว้ใจเถอะ! ฉันจะปกป้องนายเอง!”  คราวนี้มันตะโกนบอกผมเลยทีเดียว เสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหยุดมองอย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนจะก็ดึงผมเข้าสู่อ้อมอกแห้งๆของมัน พร้อมกับกอดผมเเน่น ผมเหมือนได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงเริ่มซุบซิบกัน....

 

 

 

เอ่อ.....ถึงเมิงจะไม่เเคร์สื่อก็เถอะ.....


เเต่ช่วยบอกกูก่อนได้ไหมว่าตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน T^T



+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เสียงจอกเเจกจอเเจท่ามกลางลานนั่งเล่นใต้ตึกคณะดนตรีมันโหวกเหวกเหมือนทุกครั้ง...เเต่ผมกลับรู้สึกรำคาญหูกว่าทุกที คงเพราะหงุดหงิดที่ต้องมาตื่นเช้าทั้งๆที่เมื่อวานเพิ่งได้นอนตอนตีห้าละมั้ง....ผมอ้าปากหาวหวอดใหญ่ก่อนจะล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุด....สูบเเก้ง่วงเสียหน่อย..

 

"เฮ้ย เมื่อไหร่จะมากันครบวะ....."



ผม........ซองเบคฮยอง อายุ 27 ปีบริบูรณ์
อดีตนักศึกษาคณะดนตรีประยุกต์ มหาลัยวิทยาลัยคยองฮี
ความสามารถพิเศษ : เล่นดนตรีได้ทุกประเภท เเต่งเพลง เเละรีมิกซ์เพลงได้
ปัจจุบันเป็นโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ YG เเละเป็นเจ้าของผับเเถวย่านกังนัม....
สถานะ : ยังโสด




"นั่นสิ ผมก็ว่า....ดองอุคไม่มา....ผมไม่เห็นอยากจะมาเลย พี่จินฮวานจะนัดมาทำไมเนี่ย..."

 

ส่วนที่นั่งบ่นอยู่ข้างผมมันชื่อ....อิม เเทบิน...อายุ 26  ปีนิดๆ
อดีตนักศึกษาคณะดนตรีประยุกต์ มหาลัยวิทยาลัยคยองฮี
ความสามารถพิเศษ : หล่อได้ง่ายๆเเค่ใส่เเว่นตา
ปัจจุบันเป็นนักร้องทำเพลงใต้ดินเเละเป็นดีเจเเสครชเเผ่นทุกวันพุธ - พฤหัส - ศุกร์ ที่ผับผมเอง
สถานะ : มีเเฟนเเล้ว  (มั้ง...มันไม่บอกอ่ะ)

 

"เชี่ย อารมณ์เสียว่ะ ไอ้จินฮวานมันนึกว่ามันเป็นใครวะ มันถึงกล้ามาสั่งคนอย่างปาร์ค เท็ดดี้...!!"

 



ปัง!!!! ........พูดไม่พอ มีตบโต๊ะให้ได้เจ็บตัวเล่นๆด้วย....



.......ปาร์คเท็ดดี้....อายุ 28 ปี
อดีตนักศึกษาคณะดนตรีประยุกต์ มหาลัยวิทยาลัยคยองฮีเช่นกัน
ความสามารถพิเศษ : สามารถเปลี่ยนออกซิเจนให้เป็นคาร์บอนได้ออกไซด์ได้ นอกนั้นเเม่งทำเหี้ยอะไรไม่ได้เลย อยู่หนักโลกไปวันๆ....(หมายเหตุ : อคติ 98 เปอร์เซ็นต์)
ปัจจุบันเป็นเจ้าของผับหลายเห่งเเถบมาโป เเละผับหน้ามหาลัยทั้งหมด
สถานะ :  รูปไม่หล่อ เเต่พ่อรวย เมียไม่สวยเพราะเมียไม่มี

 

"มันก็คิดว่าเป็นเจ้าหนี้มึงสามล้านวอนไงไอ้เชี่ยเท็ด...ควาย!! รวยก็รวยทำไมไม่คืนเงินเพื่อนวะ กะอีเเค่สามล้านวอน ให้มันเอามาใช้ขู่อยู่ได้ ควายชัดๆ!" ผมด่ามันเเก้ง่วง...

จริงๆผมรู้เหตุผลที่มันไม่ยอมคืนเงิน มันบอกว่าตายไปกลัวจะไม่มีอะไรติดค้างเเล้วอดมาเจอกันอีกในชาติหน้า...เเหม.....รักเพื่อนเนาะ
ทุกวันนี้มันเลยติดหนี้ไอ้จินฮวาน3 ล้าน ยึดรถไอ้เเทบินมาใช้ไม่ยอมคืน....ส่วนผมมันบอกว่ารอผมมีเมียเมื่อไหร่เเล้วมันจะเเย่งเมียผมมา....เจริญครับ!!

"เฮ้ย มึงด่าใครควาย  กูเป็นพี่มึงนะ ด่าอ่ะด่าได้ เเต่กรุณาเติมศักดิ์ข้างหน้าด้วย เรื่องเเบบนี้กูถือ!" มันว่าพร้อมกับผลักหัวผม ก่อนที่อยู่ๆจะยื่นขามาก้าวแทรกมานั่งคั่นระหว่างผมกับไอ้เเทบิน กล้ามาก...มิได้ตระหนักเลยว่าขนาดตัวไม่ได้ต่างกับควายป่าเลยซักนิ กล้าเอาตัวเองเบียดในพื้นที่อันน้อยนิด ฝั่งตรงข้ามก็มีทำไมไม่นั่งวะ!



"เออ ไอ้พี่ควาย! อ่ะ กูเติมให้ พอใจยัง! มึงเป็นลูกหนี้มึงก็อย่าบ่นเลย นี่ที่ไอ้จินฮวานมันสั่งก็ไม่ได้หนักหนา เเค่ไปเอาไอ้เด็กนั่นมาเข้ากลุ่มให้ได้เเค่เนี้ย มึงก็ทำไปดิวะ!"


"เอ๊า! ก็ทำไมต้องไปเอาไอ้เด็กนั่นเข้ากลุ่มด้วยวะ กูไม่เข้าใจ เเละกูไม่ชอบให้คนมาสั่งเว้ย!  ที่สำคัญกูสังหรณ์ใจว่าไอ้จินฮวานมันฮุบเรื่องสนุกไว้กับมันคนเดียวไม่ยอมอธิบายให้พวกเราฟัง..."

"แต่ผมว่าถ้าพี่เขาถูกใจอยากให้เข้ากลุ่ม ก็เเสดงว่าเด็กนั่นต้องมีดี...เหมือนอย่างคราวท็อปไง พวกพี่จำไม่ได้เหรอ" ไอ้เเทบินมันว่า



จะว่าไปก็จริง....ไอ้จินฮวานน่ะมันเป็นคนเอาไอ้ท็อปเข้ากลุ่ม ตอนเเรกพวกผมก็คัดค้านกันจะตาย....หมั่นไส้คนขี้เหร่....แต่เเล้วยังไงล่ะ ตอนนี้พวกผมสามคนก็เเย่งตัวมันกันเกรียว....เอ่อ เเย่งตัวไปทำงานนะ อย่าคิดนอกลู่นอกทาง ผมหมายถึงว่าไอ้ท็อปมันมีความสามารถ เเรปได้โคตรเท่ พวกผมก็ทำงานเพลง ทำงานดีเจ เปิดผับกันอยู่เเล้ว....เห็นเด็กใหม่เจ๋งขนาดนี้ก็อยากได้ตัวไปไว้ที่ผับตัวเองเป็นธรรมดา....เเต่ตอนนี้ไอ้ท็อปมันไม่ได้ตกลงไปอยู่สังกัดใครหรอกนะ...มันบอกมันมีเป้าหมายในชีวิตของมันเเล้ว....ถามก็ไม่ยอมตอบด้วยว่าเป็นอะไร....น่าหมั่นไส้ไหมฮะ



"เออ นี่ถ้าวันรับน้องสองปีที่เเล้ว เราไม่ได้เล่นงานไอ้ท็อปเยอะกว่าคนอื่น เราคงไม่มีเรื่องกับมันจนได้มันมาเข้ากลุ่มว่าไหม..." ไอ้เท็ดดี้มันย้อนความหลังเเล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี



จริงๆไอ้ท็อปตอนปีหนึ่งมันโดนพวกผมเล่นงานหนักกว่าใครด้วยซ้ำ คิดเเล้วก็ขำ...
ตอนนั้นมันนิ่งมาก พวกผมยังพนันกันอยู่เลยว่าใครสามารถว๊ากให้มันโมโหได้ก่อน



เออ พูดถึงเรื่องว๊าก....พวกคุณอาจจะสงสัยว่าพวกเราน่ะว๊ากทำไม?......โรคจิตหรือเปล่า? ทำไมต้องไปตะคอกคนอื่นด้วย แต่จริงๆการว๊ากน่ะมีประโยชน์นะ.....ไม่ใช่สักเเต่ด่าเสียหน่อย ที่ทำไปเพราะพวกเราต่างมีเจตนาที่ดีกับรุ่นน้องต่างหาก พวกผมก็เเค่พยายามทำหน้าที่สร้างความกดดัน สร้างเเบบทดสอบให้น้องๆได้ฝึกความอดทน เเละจะได้มีระเบียบวินัย เพราะผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ มันจะเป็นปัจจัยสำคัญให้น้องๆเติบใหญ่เป็นคนที่ดีในวันข้างหน้า.....
.


.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หึหึหึ คิดเรอะว่าผมจะคิดอย่างนั้น
ฝันไปเถอะ จริงๆเเค่พวกผมก็เเค่สะใจที่ได้เห็นไอ้พวกหน้าใหม่มันหน้าซีดเป็นไก่ต้มเเค่นั้นเเหละ =___=

 

 

"เออ เเต่จะว่าไป ผมว่าเด็กนั่นก็น่ารักดีนะ เเถมดูเหมือนจะมีซัมติงอะไรกับท็อปด้วย ไม่งั้นคงไม่เห็นหน้าไอ้ท็อปจะวิ่งเเจ้นกลับบ้านไปอย่างนั้นหรอกมั้ง" ไอ้เเทบินมันว่า



"ซัมติงอะไรวะ หรือว่าเคยเป็นอริกันมาก่อน" ไอ้เท็ดดี้เสนอความคิดเห็น "จริงๆไอ้เด็กนั่นก็ดูซ่าไม่เบา วันนั้นมันก็โดนเราเล่นงานไปเยอะ ไม่บ่นซักเเอะ แต่เเววตาเอาเรื่องอยู่.... ไม่เเน่อาจจะเคยขัดขากับไอ้ท็อปมาก่อนก็ได้"



"ไม่ใช่ดิพวกพี่....ซัมติงของผมคือเเบบนี้...." เเทบินเอานิ้วชี้มาจิ้มๆกันเป็นสัญลักษณ์ เเล้วยิ้มเจ้าเล่ห์


"พี่ก็รู้ว่าไอ้ท็อปมันไม่ใช่พวกหาเรื่องใคร เเต่วันนั้นที่เด็กนั่นวิ่งหนีกลับ หน้าไอ้ท็อปมันซึมไปเลย เเววตาตอนมันมองเด็กนั่นก็เเปลกๆด้วย"



"ขนาดนั้นเลยเหรอวะ..." ผมทำหน้าไม่เชื่อ....เมิงดูละครมากไปเปล่าวะ "เฮ้ย เเต่นี่มึงจะบอกว่าไอ้ท็อปชอบไอ้เด็กนั่นอ่ะนะ มันเป็นผู้ชายทั้งคู่ไม่ใช่เหรอวะ!"



"เเล้วไง?....บ้านพี่ยังเอาก้อนหินมาสีกันสร้างประกายไฟอยู่เหรอไง...สมัยนี้มันยุคไหนเเล้ว ผู้ชายชอบผู้ชายมันปกติจะตาย.....เอาน่า เชื่อมือผมเหอะ ดูไม่ผิดหรอก เเววตามันฟ้อง...."



กำลังจะถามว่าทำไมมึงรู้ดี เเละดูเข้าอกเข้าใจดีจัง เเต่ผมก็สังเกตเห็