[BBFic]...จุดจุดจุด Ep3 (Top x GD)
posted on 11 Apr 2009 05:13 by bigbangfic in Dot-Full-stopI Love You - S.E.S.
สารบัญฟิคตอนก่อนหน้า
Dot...Full stop (...จุดจุดจุด)
Story By diy
EP 3
เคยมี 'ชนัก' ติดหลังกันไหมครับ?
ถ้าเคย......คุณคิดเหมือนผมหรือเปล่า ?
ไอ้แผลจาก 'ชนัก'เนี่ย....มันเจ็บๆคันๆยิ่งกว่าเป็นขี้กลากอีก ว่าไหมครับ?
.
.
.
.
ผู้คนไม่คุ้นตามากมายเดินผ่านผมไปคนเเล้วคนเล่า....เเต่ขาของผมมันกับตรึงอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน.......
ภาพที่ปรากฏเเก่สายตามันทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของผมวูบไหวไปด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง.....
นับจากวันนั้นก็นานเเล้วสินะ.....ทั้งๆที่นานมาเเล้ว เเต่ที่นี่ยังคงไม่ต่างกับเมื่อก่อนเลยจริงๆ....
ตั้งเเต่วันที่ผมหนีการรับน้องเพียงเพราะว่าเจอพี่ท็อป....คนที่ผมไม่กล้าสู้หน้า...นับจากวันนั้นผมก็ไม่กล้ามาที่มหาลัยนี่อีกเลย..........
......สิบปี.......เเล้วสินะ....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
อ่ะเเหนะ! ตกใจอ่ะดิ ล้อเล่น....จริงๆมันก็เเค่สองอาทิตย์เท่านั้นเเหละ!
สิบปีอะไร โหย! เเค่สิบวันผมก็โดนเเม่ฆ่าหมกบ้านเเล้วถ้าไม่ไปเรียนเนี่ย!
เรื่องจริงก็คือหลังจากวันรับน้องวันนั้น ผมก็ยกให้มหาลัยนี้เป็นพื้นที่สีเเดง เขตอันตรายรองจากซอยเเถวบ้านพ่อของผมเลยทีเดียว เต่เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันเเรก และผมก็มีคลาสแรกตอนสิบโมงด้วย....เพราะงั้นคุณคงไม่ถามผมใช่ไหมว่าวันนี้ผมมาที่นี่ทำไม
ถูก....เหตุผลก็อย่างที่คุณคิดน่ะเเหละ ผมมาเพราะเเม่บังคับ (อ้าว)
เเต่ถึงจะออกมาจากบ้าน เเต่ถ้าผมไม่เข้าไปเรียน เเม่ผมก็ไม่รู้หรอกใช่ไหมล่ะ
เพราะอย่างนั้นตอนนี้ใจของผมมันเลยกำลังเเยกเป็นทางสองเเพร่ง เลือกไม่ถูกว่าจะก้าวเข้าไปในมหาลัยดี หรือถอยหลังใส่เกียร์ไปนอนเล่นเกมส์บ้านไอ้เเทยังจะดีกว่า
"เฮ้ย ไม่ต้องเข้าไปหรอก ไปนอนเล่นบ้านไอ้เเทยังสบายกว่าเยอะ ไอ้รุ่นพี่มหาลัยนี้ เเค่คิดว่าต้องรับมือด้วยก็ปวดเซี่ยงจี๊แล้วว่ะ อย่าไปเล้ย..." สมองด้านชั่วของผมมันรีบเเจ้นเสนอความคิดก่อนใคร...จินตนาการ ภาพมิติ 3D เป็นตัวผมขนาดจิ๋ว มีปีกสีดำกำลังบินวนอยู่ที่บ่าข้างซ้าย พร้อมถือง่ามไว้ในมือ เเล้วทำท่าเต๊ะจุ๊ยด้วยสีหน้าชั่วๆไว้นะครับ...
"ได้ยังไง! ไหนนายว่าจะเปลี่ยนเเปลงชีวิตตัวเองยังไงล่ะ ทำไมมาโดดเรียนตั้งเเต่วันเเรกเเบบนี้ เดี๋ยวก็เรียนไม่จบหรอก เรื่องรุ่นพี่น่ะยังไงก็ต้องมีทางออกเเน่ๆ...ไปเรียนดีกว่านะ" สมองด้านดีของผมมันไม่รีรอที่จะเสนอหน้าตามมาติดๆ...3D เป็นผมตัวจิ๋วๆใส่ชุดสีขาว มีปีกสีขาว เเละวงเเหวนเเห่งความดีอยู่บนหัว สวมเเว่นไร้เลนส์ นั่งทำหน้าเป็นเด็กเนิร์ดอยู่บนไหล่ข้างขวา.... นี่ถ้าเเม่ผมได้ยิน คงร้องไห้เป็นสายเลือดด้วยความปลาบปลื้ม....
"ใครจะสนเรื่องเรียนวะ จบไปก็ไม่มีงานทำหรอก เเค่ออกจากบ้านทุกวันให้เเม่คิดว่าไปเรียนก็พอเเล้ว แล้วปีสุดท้ายก็ไปสั่งทำใบปริญญาปลอมไปหลอกเเล้วกัน ร้านตรงย่านเเถวกังนัมน่ะมีอยู่ร้านนึง ชั้นได้ยินมาว่าทำได้โคตรเนียนเลย รับรองเเม่จับไม่ได้ชัวร์ๆ" ไอ้ซาตานชั่วมันบอก....ทันทีกับที่เทวดาเเสนดีในตัวผมตวาดขึ้นมาด้วยความเหลืออด
"ไร้สาระน่ะ!" .... ท่าทางมันจะโกรธมากครับ.....ก็สมควรเเหละ ความคิดชั่วๆขนาดนั้นหน่ะ! มันชั่วมากครับ มันคิดได้ยังไง ไม่ชั่วจริงนี่คิดไม่ได้นะเนี่ย!!
"ใครบอกย่านกังนัม! ย่านฮงแดต่างหาก! ใบละหกหมื่นวอน! ถ้าเอาเพื่อนมาด้วยจะได้ส่วนลดพิเศษ ข้อมูลไม่ชัวร์ยังจะมาพูด!!"....เเล้วมันก็สะบัดหน้าเชิดบินกลับมานั่งบนไหล่ผมเหมือนเดิม
=______= สรุปเลวทั้งคู่ครับ........ผมก็นึกว่ามันจะห้าม......เเม่งรู้ดีกว่าอีก
แล้วฝ่ายดีฝ่ายชั่วในตัวผมมันก็เริ่มทะเลาะกัน จะบอกว่าใครดีกว่าใครผมก็บอกไม่ได้ เพราะมันสองตัวรวมกันก็กลายเป็นผมนี่แหละ
แต่เอาไงดีล่ะ....ถึงผมจะไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าตัวเองเป็นพวกรักสงบ เเต่ผมก็ไม่คิดอยากจะให้ชีวิตวุ่นวายนักหรอกนะ....
เพราะงั้น.....กลับดีกว่า!!! เอาไว้ผมจะมาที่นี่อีกสี่ปีข้างหน้า ตอนคอสเพลย์ชุดรับปริญญาเอาไปหลอกเเม่เเล้วกัน!!
คิดเเล้วผมก็หมุนตัวกลับเดินออกมาจากหน้ามหาลัยทันที ออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้ป๊อดนะครับ สาบานได้ว่าลูกผู้ชายอย่างผมถึงเเม้ว่าอกจะไม่ถึงสามศอกเเต่ ผมถึงไหนถึงกันอยู่เเล้ว! เวลาปกติผมก็มักมีโชคชะตาที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องหมัดเข่าศอกให้ได้เลือดตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง เพราะงั้นต่อให้ผมต้องโดนไอ้รุ่นพี่พวกนั้นเเกล้งจริงๆเรื่องที่ไม่พอใจที่ผมหนีรับน้อง ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะอ่อนเเอหรือยอมเเพ้หรอกนะ...
.
เเต่ที่อยากหนีเพราะปัญหามันอยู่ตรง.....พี่ท็อป.....ต่างหาก.....
ถึงไอ้ยองเบมันจะบอกว่าเรื่องมันนานมาเเล้ว พี่เขาอาจจะไม่มายุ่งกับผมก็ได้
เเต่ยังไงก็เถอะ..... ชาตินี้ผมก็ว่าผมยังไม่พร้อมจะเจอเขาจริงๆ!!
.
.
.
.
“เฮ้ยนาย! อย่าเพิ่งไป!!”
เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ผมชะงักฝีเท้า ผมหันซ้ายหันขวาแต่ก็ไม่เจอใคร เเต่พอผมหันไปหลังไปเลยได้เห็นใครบางคนจากถนนอีกฟากถนนโบกมือมาทางนี้
ห๊ะ....เรียกผมเหรอ? ว่าเเต่หน้าคุ้นๆเเฮะ
ยังไม่ทันจะได้นึกว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร ไอ้คนที่ส่งเสียงเรียกผมมันก็รีบวิ่งข้ามถนนมา...
พอได้เห็นใกล้ๆ.....ตัวผอมบาง คิ้วหนาเข้ม....ใบหน้ากวนๆ ขอบตาคล้ำได้อารมณ์เหมือนไม่ได้นอนมาสามวันติด....อ่า.......ไม่อยากจำ เเต่มันติดติ่งซีรีบรัมมาให้จำได้.....
นี่มันไอ้ซึงรินี่หว่า.......
"นี่นายจะกลับบ้านใช่ไหม ยอมเเพ้อีกเเล้วเหรอ! "ซึงริวิ่งมางอตัวหอบเเฮ่กตรงหน้าผมเเล้วพูดประโยคนั้น .....
หา? อะไรเเพ้.. ผมเนี่ยนะ? ผมหันซ้ายหันขวาอีกรอบ เพื่อให้เเน่ใจว่ามันพูดกับผมไม่ใช่คนอื่น
กำลังจะถามว่าไปรู้จักกันตอนไหนวะ เเต่อยู่ๆไอ้ซึงริมันก็ยืดตัวขึ้นเเบบรวดเร็ว ผมผงะถอยหลังไปเพราะตกใจ
ซึงริมองผมด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะเอื้อมมือมาเกาะที่บ่าผมพร้อมกับบีบเเน่น...
"นายอย่าพึ่งสงสัยอะไรทั้งนั้น...."
..............ยากไปป่ะจะไม่ให้กูสงสัยมึงเนี่ย
"ฉันรู้!! ไม่ต้องอธิบายอะไรเเล้ว! ฉันเข้าใจ!!"
...............โอเค เข้าใจก็ดี เเต่อย่าลืมอธิบายให้กูฟังด้วยนะว่าเข้าใจเรื่องอะไร.... =___=
"ไว้ใจเถอะ! ฉันจะปกป้องนายเอง!” คราวนี้มันตะโกนบอกผมเลยทีเดียว เสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหยุดมองอย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนจะก็ดึงผมเข้าสู่อ้อมอกแห้งๆของมัน พร้อมกับกอดผมเเน่น ผมเหมือนได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงเริ่มซุบซิบกัน....
เอ่อ.....ถึงเมิงจะไม่เเคร์สื่อก็เถอะ.....
เเต่ช่วยบอกกูก่อนได้ไหมว่าตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน T^T
+++++++++++++++++++++++++++++++++
เสียงจอกเเจกจอเเจท่ามกลางลานนั่งเล่นใต้ตึกคณะดนตรีมันโหวกเหวกเหมือนทุกครั้ง...เเต่ผมกลับรู้สึกรำคาญหูกว่าทุกที คงเพราะหงุดหงิดที่ต้องมาตื่นเช้าทั้งๆที่เมื่อวานเพิ่งได้นอนตอนตีห้าละมั้ง....ผมอ้าปากหาวหวอดใหญ่ก่อนจะล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุด....สูบเเก้ง่วงเสียหน่อย..
"เฮ้ย เมื่อไหร่จะมากันครบวะ....."
ผม........ซองเบคฮยอง อายุ 27 ปีบริบูรณ์
อดีตนักศึกษาคณะดนตรีประยุกต์ มหาลัยวิทยาลัยคยองฮี
ความสามารถพิเศษ : เล่นดนตรีได้ทุกประเภท เเต่งเพลง เเละรีมิกซ์เพลงได้
ปัจจุบันเป็นโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ YG เเละเป็นเจ้าของผับเเถวย่านกังนัม....
สถานะ : ยังโสด
"นั่นสิ ผมก็ว่า....ดองอุคไม่มา....ผมไม่เห็นอยากจะมาเลย พี่จินฮวานจะนัดมาทำไมเนี่ย..."
ส่วนที่นั่งบ่นอยู่ข้างผมมันชื่อ....อิม เเทบิน...อายุ 26 ปีนิดๆ
อดีตนักศึกษาคณะดนตรีประยุกต์ มหาลัยวิทยาลัยคยองฮี
ความสามารถพิเศษ : หล่อได้ง่ายๆเเค่ใส่เเว่นตา
ปัจจุบันเป็นนักร้องทำเพลงใต้ดินเเละเป็นดีเจเเสครชเเผ่นทุกวันพุธ - พฤหัส - ศุกร์ ที่ผับผมเอง
สถานะ : มีเเฟนเเล้ว (มั้ง...มันไม่บอกอ่ะ)
"เชี่ย อารมณ์เสียว่ะ ไอ้จินฮวานมันนึกว่ามันเป็นใครวะ มันถึงกล้ามาสั่งคนอย่างปาร์ค เท็ดดี้...!!"
ปัง!!!! ........พูดไม่พอ มีตบโต๊ะให้ได้เจ็บตัวเล่นๆด้วย....
.......ปาร์คเท็ดดี้....อายุ 28 ปี
อดีตนักศึกษาคณะดนตรีประยุกต์ มหาลัยวิทยาลัยคยองฮีเช่นกัน
ความสามารถพิเศษ : สามารถเปลี่ยนออกซิเจนให้เป็นคาร์บอนได้ออกไซด์ได้ นอกนั้นเเม่งทำเหี้ยอะไรไม่ได้เลย อยู่หนักโลกไปวันๆ....(หมายเหตุ : อคติ 98 เปอร์เซ็นต์)
ปัจจุบันเป็นเจ้าของผับหลายเห่งเเถบมาโป เเละผับหน้ามหาลัยทั้งหมด
สถานะ : รูปไม่หล่อ เเต่พ่อรวย เมียไม่สวยเพราะเมียไม่มี
"มันก็คิดว่าเป็นเจ้าหนี้มึงสามล้านวอนไงไอ้เชี่ยเท็ด...ควาย!! รวยก็รวยทำไมไม่คืนเงินเพื่อนวะ กะอีเเค่สามล้านวอน ให้มันเอามาใช้ขู่อยู่ได้ ควายชัดๆ!" ผมด่ามันเเก้ง่วง...
จริงๆผมรู้เหตุผลที่มันไม่ยอมคืนเงิน มันบอกว่าตายไปกลัวจะไม่มีอะไรติดค้างเเล้วอดมาเจอกันอีกในชาติหน้า...เเหม.....รักเพื่อนเนาะ
ทุกวันนี้มันเลยติดหนี้ไอ้จินฮวาน3 ล้าน ยึดรถไอ้เเทบินมาใช้ไม่ยอมคืน....ส่วนผมมันบอกว่ารอผมมีเมียเมื่อไหร่เเล้วมันจะเเย่งเมียผมมา....เจริญครับ!!
"เฮ้ย มึงด่าใครควาย กูเป็นพี่มึงนะ ด่าอ่ะด่าได้ เเต่กรุณาเติมศักดิ์ข้างหน้าด้วย เรื่องเเบบนี้กูถือ!" มันว่าพร้อมกับผลักหัวผม ก่อนที่อยู่ๆจะยื่นขามาก้าวแทรกมานั่งคั่นระหว่างผมกับไอ้เเทบิน กล้ามาก...มิได้ตระหนักเลยว่าขนาดตัวไม่ได้ต่างกับควายป่าเลยซักนิ กล้าเอาตัวเองเบียดในพื้นที่อันน้อยนิด ฝั่งตรงข้ามก็มีทำไมไม่นั่งวะ!
"เออ ไอ้พี่ควาย! อ่ะ กูเติมให้ พอใจยัง! มึงเป็นลูกหนี้มึงก็อย่าบ่นเลย นี่ที่ไอ้จินฮวานมันสั่งก็ไม่ได้หนักหนา เเค่ไปเอาไอ้เด็กนั่นมาเข้ากลุ่มให้ได้เเค่เนี้ย มึงก็ทำไปดิวะ!"
"เอ๊า! ก็ทำไมต้องไปเอาไอ้เด็กนั่นเข้ากลุ่มด้วยวะ กูไม่เข้าใจ เเละกูไม่ชอบให้คนมาสั่งเว้ย! ที่สำคัญกูสังหรณ์ใจว่าไอ้จินฮวานมันฮุบเรื่องสนุกไว้กับมันคนเดียวไม่ยอมอธิบายให้พวกเราฟัง..."
"แต่ผมว่าถ้าพี่เขาถูกใจอยากให้เข้ากลุ่ม ก็เเสดงว่าเด็กนั่นต้องมีดี...เหมือนอย่างคราวท็อปไง พวกพี่จำไม่ได้เหรอ" ไอ้เเทบินมันว่า
จะว่าไปก็จริง....ไอ้จินฮวานน่ะมันเป็นคนเอาไอ้ท็อปเข้ากลุ่ม ตอนเเรกพวกผมก็คัดค้านกันจะตาย....หมั่นไส้คนขี้เหร่....แต่เเล้วยังไงล่ะ ตอนนี้พวกผมสามคนก็เเย่งตัวมันกันเกรียว....เอ่อ เเย่งตัวไปทำงานนะ อย่าคิดนอกลู่นอกทาง ผมหมายถึงว่าไอ้ท็อปมันมีความสามารถ เเรปได้โคตรเท่ พวกผมก็ทำงานเพลง ทำงานดีเจ เปิดผับกันอยู่เเล้ว....เห็นเด็กใหม่เจ๋งขนาดนี้ก็อยากได้ตัวไปไว้ที่ผับตัวเองเป็นธรรมดา....เเต่ตอนนี้ไอ้ท็อปมันไม่ได้ตกลงไปอยู่สังกัดใครหรอกนะ...มันบอกมันมีเป้าหมายในชีวิตของมันเเล้ว....ถามก็ไม่ยอมตอบด้วยว่าเป็นอะไร....น่าหมั่นไส้ไหมฮะ
"เออ นี่ถ้าวันรับน้องสองปีที่เเล้ว เราไม่ได้เล่นงานไอ้ท็อปเยอะกว่าคนอื่น เราคงไม่มีเรื่องกับมันจนได้มันมาเข้ากลุ่มว่าไหม..." ไอ้เท็ดดี้มันย้อนความหลังเเล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
จริงๆไอ้ท็อปตอนปีหนึ่งมันโดนพวกผมเล่นงานหนักกว่าใครด้วยซ้ำ คิดเเล้วก็ขำ...
ตอนนั้นมันนิ่งมาก พวกผมยังพนันกันอยู่เลยว่าใครสามารถว๊ากให้มันโมโหได้ก่อน
เออ พูดถึงเรื่องว๊าก....พวกคุณอาจจะสงสัยว่าพวกเราน่ะว๊ากทำไม?......โรคจิตหรือเปล่า? ทำไมต้องไปตะคอกคนอื่นด้วย แต่จริงๆการว๊ากน่ะมีประโยชน์นะ.....ไม่ใช่สักเเต่ด่าเสียหน่อย ที่ทำไปเพราะพวกเราต่างมีเจตนาที่ดีกับรุ่นน้องต่างหาก พวกผมก็เเค่พยายามทำหน้าที่สร้างความกดดัน สร้างเเบบทดสอบให้น้องๆได้ฝึกความอดทน เเละจะได้มีระเบียบวินัย เพราะผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ มันจะเป็นปัจจัยสำคัญให้น้องๆเติบใหญ่เป็นคนที่ดีในวันข้างหน้า.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หึหึหึ คิดเรอะว่าผมจะคิดอย่างนั้น
ฝันไปเถอะ จริงๆเเค่พวกผมก็เเค่สะใจที่ได้เห็นไอ้พวกหน้าใหม่มันหน้าซีดเป็นไก่ต้มเเค่นั้นเเหละ =___=
"เออ เเต่จะว่าไป ผมว่าเด็กนั่นก็น่ารักดีนะ เเถมดูเหมือนจะมีซัมติงอะไรกับท็อปด้วย ไม่งั้นคงไม่เห็นหน้าไอ้ท็อปจะวิ่งเเจ้นกลับบ้านไปอย่างนั้นหรอกมั้ง" ไอ้เเทบินมันว่า
"ซัมติงอะไรวะ หรือว่าเคยเป็นอริกันมาก่อน" ไอ้เท็ดดี้เสนอความคิดเห็น "จริงๆไอ้เด็กนั่นก็ดูซ่าไม่เบา วันนั้นมันก็โดนเราเล่นงานไปเยอะ ไม่บ่นซักเเอะ แต่เเววตาเอาเรื่องอยู่.... ไม่เเน่อาจจะเคยขัดขากับไอ้ท็อปมาก่อนก็ได้"
"ไม่ใช่ดิพวกพี่....ซัมติงของผมคือเเบบนี้...." เเทบินเอานิ้วชี้มาจิ้มๆกันเป็นสัญลักษณ์ เเล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
"พี่ก็รู้ว่าไอ้ท็อปมันไม่ใช่พวกหาเรื่องใคร เเต่วันนั้นที่เด็กนั่นวิ่งหนีกลับ หน้าไอ้ท็อปมันซึมไปเลย เเววตาตอนมันมองเด็กนั่นก็เเปลกๆด้วย"
"ขนาดนั้นเลยเหรอวะ..." ผมทำหน้าไม่เชื่อ....เมิงดูละครมากไปเปล่าวะ "เฮ้ย เเต่นี่มึงจะบอกว่าไอ้ท็อปชอบไอ้เด็กนั่นอ่ะนะ มันเป็นผู้ชายทั้งคู่ไม่ใช่เหรอวะ!"
"เเล้วไง?....บ้านพี่ยังเอาก้อนหินมาสีกันสร้างประกายไฟอยู่เหรอไง...สมัยนี้มันยุคไหนเเล้ว ผู้ชายชอบผู้ชายมันปกติจะตาย.....เอาน่า เชื่อมือผมเหอะ ดูไม่ผิดหรอก เเววตามันฟ้อง...."
กำลังจะถามว่าทำไมมึงรู้ดี เเละดูเข้าอกเข้าใจดีจัง เเต่ผมก็สังเกตเห็นใครเดินมาก่อนพอดี ไอ้ซองมินมันมาเเล้วครับ...เด่นมาก...ตัวสูงๆ หน้ามึนๆ เดินเซเหมือนเพิ่งพี้ยามา (เหมือนเฉยๆนะครับ ผมรู้ว่ามันไม่เล่นหรอก ถึงท่ามันจะให้ก็เถอะ) มันกำลังชะเง้อมองหาพวกผมอยู่เลย...เเต่คนมันเยอะเลยมองไม่เห็นพวกผมซะที ผมรำคาญเลยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ โบกมือเเล้วตะโกนเรียกชื่อพ่อมัน.... ได้ผล.....ในที่สุดมันก็เห็นพวกผมจนได้......
"เฮ้ยพี่! เดี๋ยวพ่อผมก็สะดุ้งหรอก....เเกเเก่เเล้วนะ อย่าปีนเกลียวเดะ" มันพูดไปด้วยหัวเราะไปด้วยก่อนจะนั่งลงตรงข้าม...เเหม วันนี้อารมณ์ดีเชียวนะ...
"ทำไมมาช้าจังวะ ไอ้จินฮวานไม่ได้อยู่กับมึงเหรอ" ผมถาม....ก็ก่อนหน้านี้ ไอ้จินฮวานโทรมาบอกผมว่าอยู่กับไอ้ซองมิน เดี๋ยวจะตามมาทีหลัง
"อ๋ออยู่ดิ.....เเป๊บนะพี่ อยู่ในกระเป๋ากางเกงเดี๋ยวล้วงออกมาให้" มันกวนก่อนจะหัวเราะให้กับมุกที่มันคิดว่าขำ....เเม่ง.....หรือมึงพี้มาจริงๆวะๆ คึกขนาดนี้
"พี่จินฮวานเขาไม่ว่างเพราะมีเรื่องต้องทำ เลยสั่งให้ผมมาบอกพี่เท็ดดี้ว่า"
"ไม่" ไอ้เท็ดขัดขึ้นมาก่อนไอ้ซองมินจะได้พูดเสียอีก
"ทำไมกูต้องทำในสิ่งที่ไอ้จินฮวานอยากได้วะ กูไม่ใช่ลูกน้องมันนะเว้ย!!" ไอ้เท็ดดี้ดูหัวเสีย....มันก็อย่างนี้เเหละครับ....นอกจากจะสามารถเปลี่ยนออกซิเจนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ได้เเล้ว อีกอย่างที่มันทำได้ดีคือหวงศักดิ์ศรีโง่ๆกับเอาเเต่ใจนี่เเหละครับ
พอเห็นไอ้เท็ดมันพูดอย่างนั้นไอ้ซองมินมันก็หัวเราะ
"โห่พี่ก็ ทำเป็นคิดเล็กคิดน้อยเป็นพวกหมดฮอร์โมนเพศไปได้ ฟังผมก็ก่อนเด้...คืองี้...." เเล้วมันก็ซุบซิบกันสองคน....เฮ้ย กูขอฟัง(เจือก)ด้วยคนดิ ผมรีบเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆเเล้วฟังทันที......อ๋อ.........เเม่ง พูดเบาชิบ ไม่ได้ยินว่ะ อารมณ์เสีย =__=
"ขนาดนั้นเลยเหรอวะ...." ไอ้เท็ดดี้ยิ้มชั่วร้ายหลังจากฟังจบ โหย เล่าให้กูฟังด้วยดิ ผมกำลังจะขยับถาม เเต่อยู่ๆไอ้เท็ดดี้มันก็ลุกขึ้นยืนกลางวงเเถมยังตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่นตึก
“เฮ้ย!!” ตะโกนเเค่ เฮ้ย คำเดียวไอ้เหล่าพวกที่นั่งเล่นอยู่ใต้ลานก็หันมามองพวกเรากันเป็นตาเดียว...
"เออ ชั้นพูดกับพวกเเกทั้งหมดนั่นแหละ ไม่ต้องทำหน้างง” มันว่า..
"ให้เวลาครึ่งชั่วโมง.....ไปหาตัว ควอนจียงให้เจอ เเล้วเอาตัวมาให้ฉัน!"
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ผมมาทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ!!
ผมได้เเต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา จริงๆผมควรจะกลับเเล้วไปบ้านไอ้ยองเบเล่นเกมส์ไม่ใช่เหรอ! เเล้วผมมาทำอะไรที่นี่เนี่ย!!
"อ้าว ไม่กินเหรอฮะ กินข้าวเช้าจะได้สมองสดใสไงฮะ"
ภาพตรงหน้าของผมคือไอ้เด็กคิ้วหนา ขอบตาคล้ำเเต่หน้าตาดีคนนึง ใช่ฮะ...มันก็คือไอ้ซึงริ ผู้ที่ไม่กี่นาทีที่เเล้วไดฺ้Brokeback Mountain กับผมหน้ามหาลัย =__=
ส่วนตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนน่ะเหรอ ก็ในโรงอาหารของมหาลัยยังไงล่ะ....
กำลังนั่งเซ็งเพราะไม่เข้าใจ ว่าอยู่ๆทำไมผมถึงมานั่งกินข้าวกับไอ้เด็กนี่ได้วะ!!
ย้อนความกันเล็กน้อย หลังจากที่ไอ้ซึงริมันอยู่ๆมันก็มากอดผม เเถมบอกว่าจะปกป้องอะไรนั่น ตอนนี้ก็ถามได้ความเข้าใจเเล้วว่า เพราะมันบอกว่ามันจำผมได้ตั้งเเต่วันรับน้อง วันนั้นมันเข้าใจว่าที่ผมหนีไปเพราะทนการเเกล้งของพวกรุ่นพี่ไม่ไหว ส่วนวันนี้มันบอกว่าตอนมันจะข้ามถนน มันเห็นผมยืนลังเลด้วยใบหน้าซีดเผือด (ตรงไหนวะ) เเถมสุดท้ายทำท่าจะไม่เข้ามหาลัยเเล้วกลับบ้านด้วย มันเลยคิดว่าผมคงกลัวรุ่นพี่ที่นี่มากเลยไม่กล้ามาเรียนที่นี่อีก เห็นอย่างนั้นผู้ผดุงความยุติธรรมเเละรักเพื่อนมนุษย์อย่างมันทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นผมอ่อนเเอขนาดนั้น มันบอกว่า....
"เป็นลูกผู้ชายอย่าอ่อนเเอสิฮะ!! ถึงพี่จะกลัวรุ่นพี่ เเต่พี่จะหนีตลอดไปไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าถ้าพี่โดนเเกล้งที่มหาลัยนี่ เดี๋ยวผมปกป้องเอง!"
นอกจากจินตนาการมันสุดยอดเเล้ว...มันยังมั่นใจในตัวเองอีกด้วย =____=
เออ ที่มันเรียกผมพี่ เพราะมันเด็กกว่าผมสองผี ถึงจะอยู่ปีเดียวกันก็เถอะ เลยตัดสินใจว่าเรียกผมว่าพี่ดีกว่า....
นั่นเเหละ เเล้วมันก็พูดย้ำอยู่ได้ว่าจะปกป้องผม เเถมอยู่ๆก็เหมาเอาผมเป็นเพื่อนอีกด้วย
ไม่รู้มันมั่นใจไปไหมวะ เเต่ก็จริงใจดี จริงๆมันก็ไม่มีพิษมีภัยหรอกครับ ประเด็นคือมันประหลาดมากกว่า....
เเละนี่เเหละฮะ...เพื่อนคนที่หนึ่งของผม
คนที่หนึ่ง...เเสดงว่ามีคนที่สอง
"^________^"
ผมหันไปมองอีกคนที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ....ถ้านึกดีๆ มันคือไอ้ตาหยียิ้มพร่ำเพรื่อที่โดนลงโทษพร้อมกับผม ที่นั่งข้างกันน่ะเเหละ
นี่เเหละครับเพื่อนใหม่คนที่สอง...มันเป็นเพื่อนไอ้ซึงริ ชื่อว่าคังเเดซอง....ผมเเอบสงสัยนิดๆว่ามันพูดได้หรือเปล่าวะ เพราะตั้งเเต่มาเจอมันนี่มันยังไม่พูดซะเเอะ
"เฮ้ยนี่นายไม่ได้เป็นใบ้ใช่ไหมเนี่ย" ผมถาม ไอ้ตาหยีมันส่ายหน้า ก่อนจะ....
"^_______^"
เหมือนผมพูดอยู่คนเดียว ยิ่งเห็นรอยยิ้มนั่น ผมก็รู้สึกว่าตัวเองดูงี่เง่า ผมไม่เเปลกใจเเล้วว่าทำไมไอ้พวกรุ่นพี่ถึงโมโหตอนเห็นรอยยิ้มนั่น
เฮ้อ.....ดูเเต่ละคนสิครับ.... ชาติก่อนทำบุญด้วยอะไรวะควอนจียง ถึงได้มาพบพานเเต่คนเเปลกๆ
.
.
.
"เออพี่ เดี๋ยวไม่กี่วันจะต้องเลือกชมรมเเล้ว พี่คิดยังว่าจะอยู่ชมรมอะไร" อยู่ๆซึงริมันก็เงยหน้าจากจานข้าวมาถามผม
"ฉันกะไม่เข้า เพราะเพื่อนชั้นอยู่ปีสองยังไม่มีชมรมเลย" ผมตอบ
"เหรอฮะ เเต่ผมได้ยินมา ชมรม Noise Basement ของพวกพี่จตุรเทพนะ เจ๋งมากเลยนะ ถ้าเข้าได้อนาคตรุ่งเเน่ พวกพี่เขาน่ะมีเครือข่ายหลายผับในโซล เเล้วก็รู้จักคนระดับผู้บริหารในค่ายทำเพลงใหญ่ๆรวมถึงไปค่ายเล็กๆด้วยด้วย....นั่นเเหละคือเหตุผลว่าทำไมเด็กที่นี่ถึงไม่อยากมีเรื่องกับพวกพี่เขานัก...เพราะถ้ามีเรื่องทำให้ไม่พอใจ จะหางานทำหลังจบไปยากมากเลยนะ ก็พวกเราน่ะจบไปก็ต้องไปทำงานด้านดนตรีใช้ม้า..."
"เเต่ชมรมพวกนั้นก็ไม่ค่อยมีคนเข้าไปสมัครใช่มะ...ฉันได้ยินพวกนั้นบ่นๆ"
"ได้ยินว่าพวกพี่เขาคบคนยากน่ะ เเละถ้าไม่เจ๋งพอก็ไม่รับด้วย คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยกล้าไปสมัครหรอก เพราะทุกคนไม่กล้าเสี่ยงว่าตัวเองจะถูกใจพวกพี่เขาหรือเปล่า เเละเกิดไม่เจ๋งถึงระดับพวกพี่เขา ก็อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับ กลุ่มเขา
เลยมีสมาชิกใหม่ๆไม่เท่าไหร่หรอก ที่มีก็พี่ดองวุค เเละพี่ฮยองจุงที่อยู่ปีสี่ กับพี่ท็อปที่อยู่ปีสาม เเค่นั้นเเหละ"
ได้ยินชื่อพี่ท็อปผมก็เลยสะดุ้ง เเต่ซึงริไม่ทันสังเกต
"เพราะงั้นผมว่าผมจะไปสมัคร เพราะว่าผมมั่นใจว่าตัวเองเจ๋งพอ เเดซองก็จะสมัครเหมือนกัน....เนาะ" ซึงริหันไปพยักเพยิดกับเเดซอง....ส่วนเเดซองก็
"^___^"...............เช่นเคย
"ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าผมได้เป็นพวกพี่เขาล่ะก็ ผมจะบอกไม่ให้พี่เขาเเกล้งพี่เลย...อ๊ะ ไม่เอาดีกว่า ผมว่าคิดว่าพี่ก็ควรสมัครด้วยนะ! โอกาสอย่างนี้ ไม่คว้าไว้ได้ที่ไหนใช่ม้า..."
"ไม่อ่ะ ทำไมฉันต้องหาเรื่องด้วย อีกอย่างชั้นหนีรับน้อง พวกเขาไม่รับหรอก...."......เเต่ถึงรับผมก็ไม่เข้าเว้ย รุ่นพี่เเต่ละตัว...ผมยอมจบไปขายลูกชิ้นปิ้งดีกว่าต้องไปพึ่งบารมี....ที่สำคัญผมจะไปเข้ากลุ่มเดียวกับพี่ท็อปก็หาเรื่องให้ตัวเองชัดๆเลยสิ
"เอาน่า เรื่องหนีรับน้องน่ะ ผมคิดออกเเล้ว ตอนสมัยที่ผมเรียนม.ต้นอ่ะนะ เวลาทำอะไรผิด อาจารย์ก็บอกให้เขียนข้อความสำนึกผิดส่งอาจารย์นะ พี่ก็เขียนเเล้วส่งให้พวกรุ่นพี่สิ เผื่อพี่เขาจะยกโทษให้"
"ให้เขียนข้อความสำนึกผิดเนี่ยนะ!" ผมถามอย่างไม่เชื่อหู จะบ้าเหรอไง...เเล้วไอ้ซึงรินี่มันอยู่โรงเรียนไหนกัน สมัยนี้ยังมีอยู่เหรอไอ้การเขียนข้อความสำนึกผิดเนี่ย อีกอย่างผมทำอะไรผิดล่ะ! พวกนั้นงี่เง่ากันทั้งนั้น เรื่องอะไรผมจะต้องไปเขียนด้วย เป็นเเค่รุ่นพี่ไม่ใช่อาจารย์ด้วยซ้ำ ยกโทษอะไรกัน งี่เง่า ผมไม่ต้องการหรอก!!
"เอาน่า เเค่เขียนเอง เอาซักหน้านึงนะ จริงๆพี่ก็ผิดนะ ถึงจะไม่พอใจยังไง เป็นลูกผู้ชายต้องอดทนสิไม่ใช่วิ่งหนี นี่ก็เเค่บทพิสูจน์เล็กน้อยของชีวิคเองนะ...มานี่ เดี๋ยวผมจะช่วยเขียนด้วย.....พี่มีกระดาษป่ะ"
ถามเฉยๆไม่ได้เนาะคนเรา....ซึงริมันเริ่มค้นกระเป๋าผมก่อนจะหยิบสมุดฉีกของผมขึ้นมาโดยไม่ได้ขอกันเลยซักนิด มารยาทงามมาก...เเต่ไอ้ผมเองก็เหนื่อยใจจะพูด เลย...เอาเห๊อะ จะทำอะไรก็ทำ
"โห เเล้วนี่เขียนอะไรไว้เยอะเเยะเลยน่ะพี่" ซึงริมันถามหลังจากเปิดสมุดผม
"เพลงที่ชั้นเเต่งเอง"
"ว้าวจริงดิ" เเล้วซึงริมันก็จ้องเนื้อเพลงของผมซะตาเเทบทะลุ ผมเขินนิดๆนะเนี่ย เรื่องเเต่งเพลงเป็นอะไรที่ผมถนัดมาก ผมเคยเอาให้ยองเบดู มันยังชมเลยว่าผมมีพรสวรรค์
"โห นี่มัน.....สุดยอดเลยพี่" ซึงริเงยหน้ามามองผมด้วยสายตาตกตะลึง ...ของมันเเน่อยู่เเล้วไอ้น้อง....
"สุดยอด.......ลายมือพี่นี่เชี่ยสุดยอดอ่ะ เขียนว่าอะไรบ้างไม่รู้ ผมอ่านไม่ออกอ่ะ...." เเล้วมันก็ฉีกกระดาษเปล่าออกมาสองสามเเผ่นเเล้วส่งสมุดคืนผมเเบบหน้าตาเฉย.... ผมได้เเต่อ้าปากพะงาบๆพูดไม่ออก...ไอ้...ไอ้...
เฮอะ ช่างมันเถอะ T^T
"เอ้า พี่ก็พยายามเขียนด้วยสิ....." ซึงริมันเซ้าซี้ ผมเลยจับปากกาอย่างเซ็งๆ เเล้วเขียนอะไรมั่วๆลงไป
'ผมควอนจียง เรื่องการหนีรับน้องนั้น ผมรู้สึกผิดมาก...มากจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้.....จึงขอจบเพียงเท่านี้'
"อ่ะ พอใจยัง..." ผมยื่นกระดาษให้ซึงริ
"โหพี่ เขียนอย่างนี้ได้ไง ร่ายให้มันยาวกว่านี้ เขียนให้ดูสำนึกผิดหน่อยสิ ให้อ่านเเล้วซึ้งๆน่ะ" ซึงริมันว่า
อุวะ...จะให้ผมพยายามอะไรเล่า ก็คนมันไม่ผิดนี่หว่า ผมไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียนหรอก...!!
"เชื่อผมว่าญาติดีกับพวกรุ่นพี่เอาไว้ดีกว่าเป็นศัตรูกันนา อีกอย่างนะพวกพี่เขาถือว่าเป็นอัจฉริยะบุคคลของมหาลัยเลยน้า เเต่ละคนน่ะเทพๆทั้งนั้น เท่จะตายไป" ซึงริมันว่า...ผมไม่พูดอะไร จริงๆก็พอจะได้ยินจากยองเบมันเหมือนกันว่าไอ้พวกรุ่นพี่พวกนี้มันงี่เง่าก็จริง เเต่เรื่องความสามารถน่ะ เเต่ละคนสุดยอดจริงๆ
"ปีหนึ่งเเท้ๆ ทำไมนายรู้เรื่องในมหาลัยดีจัง" ผมถาม
"ข้อมูลผมเเน่นไง.....จริงๆผมเข้าที่นี่เพราะเข้าตามรุ่นพี่ที่ผมปลื้ม ที่อยู่โรงเรียนเดียวกันตอนม.ปลาย ที่ผมพยายามเข้าที่นี่ให้ได้เพราะพี่เขาเลยล่ะ... ตอนนี้พี่เขาอยู่ปีสอง อายุเท่ากับพี่น่ะเเหละ
"เหรอ ชื่ออะไรล่ะ" ผมถาม เเต่ไม่ทันที่ซึงริจะบอกผม อยู่ๆเเดซองก็ยื่นอะไรบางอย่างมาที่เรา...
"อ๊ะ เเดซองก็ช่วยพี่เขียนด้วยเหมือนกันนะเนี่ย"
"^____^"
หืม...ข้อความสำนึกผิดเหรอ....ผมชะโงกไปดูกระดาษที่มือซึงริ ยาวใช้ได้เลยนะเนี่ย เเป๊บเดียวเอง
.
.
'พวกรุ่นพี่ครับ.... ผมรู้สึกผิดมาก....ทั้งๆที่ผมก็รู้ว่าพวกพี่ด่าว่าพวกผม ลงโทษพวกผมก็เพราะอยากจะฝึกอะไรหลายๆอย่างให้ เเต่ผมกลับพ่ายเเพ้ให้กับความขี้ขลาดของตัวเองเเล้วหนีไปเเบบนั้น.....ตอนนี้ผมได้เเต่โทษตัวเองซ้ำเเล้วซ้ำเล่ากับเหตุการณ์วันนั้น มันช่างน่าสมเพชจริงๆ ผมรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาจับใจ ยิ่งที่ยามที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว ผมก็ได้เเต่ถามตัวเองว่า พ่อเเม่ที่อยู่บนนั้นจะเสียใจกับความขี้ขลาดของผมหรือเปล่า....'
"................................."
เออะ......ผมเงียบไป.....
คังเเดซอง....ไอ้นี่มันเเนวหลบในนี่หว่า =____=
แล้วพ่อเเม่กูยังไม่ตายนะเว้ย!! เเล้วกะอีเเค่รับหนีน้องนี่มันต้องสำนึกผิดอะไรซะขนาดนั้นวะ!!
เเถมไอ้ซึงริที่กำลังซับน้ำตาซาบซึ้งกับข้อความของเเดซองทำให้ผมประสาทเเดก นี่มันบ้าบออะไรกันวะเนี่ย!
ผมว่าผมกำลังอยู่กับพวกไม่เต็มบาทหรือเปล่า T^T ยองเบ๊..ทำไมต้องอยู่ปีสองด้วยวะ ถึงมึงจะไม่ใช่เพื่อนที่ดีนัก เเต่กูคิดถึงเมิ๊ง...เอาวะ วันนี้ยกไว้วัน พรุ่งนี้ผมจะไม่เข้ามามหาลัยอีก พอกันทีมหาลัยนี้!! ทั้งรุ่นพี่ ทั้งเพื่อนใหม่ ไม่ไหวอ่ะ!!
"เออ พวกนายอยากกินอะไรไหม ฉันจะไปซื้อมาให้" ผมถามพวกนั้นเพื่อจะได้ปลีกตัวออกไป...เฮ้อ....ให้ผมหลบไปอยู่คนเดียวซักพักให้ได้พักสมองหน่อยเถอะ
ทันทีที่จำได้เเล้วว่าพวกนั้นจะเอาอะไรกันบ้าง ผมก็เดินออกมาจากโต๊ะ...ตอนนี้รู้สึกอยากวิ่งกลับบ้านไปซบอกเเม่ให้รู้เเล้วรู้รอดจริงๆ...
"เฮ้ย! นายใช่ ควอนจียงหรือเปล่า" เดินไปไม่เท่าไหร่อยู่ๆก็มีคนสี่ห้าคนมายืนขวางผม...อะไรกันวะ....ผมมองหน้าพวกมัน....น่าจะอยู่ปีสองนะเนี่ย เเล้วถามหาผมทำไม ตอนนี้ผมไม่อยากมีเรื่อง ที่สำคัญ..นี่มันทะเเม่งเกินกว่าจะตอบว่าผมคือไอ้จียงน่ะเเหละ
"จียงคือใคร ฉันไม่รู้จัก เฮ้ย หลีกเด๊ะ ขวางว่ะ" ผมผลักพวกมันให้หลีกทาง เเต่.....
"อ๊ะ! พี่จียง ผมเปลี่ยนใจเอาโคล่าเเทนน้ำเเดงเเล้วกันนะฮะ!!" ไอ้ซึงริตะโกนบอกเสียงโคตรดัง....
เงียบกริบกันทั้งโรงอาหาร....โดยเฉพาะไอ้พวกที่มันถามผมว่าผมใช่จียงไหมมันหันขวับมามองผมเป็นตาเดียว
ซึงริเอ๊ย........ถึงมึงจะไม่เเคร์สื่อ ก็เเคร์กูบ้างอะไรบ้างนะ...T__T
เเละยังไม่ทันจะทำอะไรต่อ รู้ตัวอีกทีผมก็โดนพวกมันสามสี่คนเเบกขึ้นบ่าเเล้วเริ่มออกวิ่ง ...ฮ...เฮ้ย!!
"บอกพี่เค้าทีว่านี่ไงเจอ ควอนจียง เเล้ว!!"
งานเข้าอีกเเล้วสิควอนจียง
TBC
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
DIY TALK . (เดี๋ยวค่อยกลับมาท็อคนะคะ ตอนนี้ตาจะปิดเเล้ว T^T)]
ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนเลยที่ตอนนี้มาช้ามากนะคะ T^T
จริงๆเราก็เเต่งทุกวันนะเเต่มันก็ยังได้เเค่วันละนิดละหน่อยเองอ่ะ
เพราะอย่างนั้นถึงจะมาช้ามากก็อย่าว่ากันเลยนะคะ กระซิกๆ พยายามเต็มที่เเล้ว
ตอนนี้พระเอก นายเอกเขาก็ยังไม่คืบหน้ากันซะทีเนาะ
ตอนหน้าสัญญาว่าเทมจีจะได้เริ่มมีปฏิกริยาเคมีต่อกันเสียทีค่ะ
นี่เขียนคาเเรคเตอร์ซึงริผิดจากที่คิดไว้ตอนเเรกอีกเเล้วนะเนี่ย T^T
เฮ้อ..ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะพยายามโยงใหม่ 555+
ขอบคุณทุกคอมเมนท์จริงๆค่ะ เราบอกตัวเองเสมอว่าโชคดีจริงๆที่มีคนคอมเมนท์ให้ขนาดนี้
ทุกคอมเมนท์เป็นเเรงผลักดัน เเละกำลังใจในการเเต่งตอนต่อไปมากๆ ขอบคุณจริงๆนะคะ
อ่านคอมเมนท์เเล้วประทับใจมากๆ บางคนเมนท์ได้ยาวมากทั้งเรื่องสั้นนิดเดียวเอง ขอบคุณมากจริงๆค่ะ เรารู้ได้เลยถึงความจริงใจที่มีให้
เเต่จริงๆเเค่ี่คอมเมนท์มา ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว เราก็ขอบคุณทั้งนั้นนะคะ อุตส่าห์เม้นให้ ^^
ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำให้คนอ่านยิ้มได้บ้างไหม มุกมันก็เเป้กไปตามเเต่จะเเถกน่ะค่ะ
อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะ สัญญาว่าตอนต่อไปเราจะทำให้มันดีกว่านี้เเน่ๆค่ะ
สุดท้ายนี้ก็หวังว่าคนอ่านทุกคนยังจะคงรอกันต่อไปนะคะ ขอบคุณจริงๆนะคะที่คลิกเข้ามาอ่านกัน
ก่อนไปขอสาดน้ำก่อน อิอิ....ขอให้มีความสุขกันมากๆในวันปีใหม่ไทยนะคะ ^^
ปล. ที่น้องซักคนขอไว้นะคะ
โหลดเพลงโอพีวี ดิสเลิฟ 1 ค่ะ
ลิงค์นี้เลยค้าบ - http://www.4shared.com/file/55641892/e1980ad3/humin-peach.html?
เพลงบีจีโอพีวี ดิสเลิฟ 2 If you wanna ของ Kara ค่ะ
ลิงค์นี้เลยค้าบ - http://www.4shared.com/file/55642332/597a256/Kara_-_If_You_Wanna.html?





